|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
 |
 |
 |
|
|
|
|
|
|
|
|
 |
 |
 |
 |
 |
|
ความหมายของกรุงเทพ
มีการแปลความว่า :
กรุงเทพมหานคร = "มหานครอันกว้างใหญ่ดุจเทพนคร"
อมรรัตนโกสินทร์ = "เป็นที่สถิตของพระแก้วมรกต"
มหินทรายุธยา = "เป็นมหานครที่ไม่มีใครรบชนะได้"
มหาดิลกภพ = "มีความงามอันมั่นคงและเจริญยี่ง"
นพรัตน์ราชธานีบุรีรมย์ = "เป็นเมืองหลวงที่บริบูรณ์ดว้ยแก้วเก้าประการ"
อุดมราชนิเวศน์มหาสถาน = "มีพระราชนิเวศใหญ่โตมากมาย"
อมรพิมานอวตารสถิต = "เป็นวิมานเทพที่ประทับของพระราชาผู้อวตารลงมา"
สักกะทัตติยวิษณุกรรมประสิทธิ์ = "ซึ่งท้าวสักกะเทวราชพระราชทานให้พระวิษณุกรรมลงมาเนรมิตไว้"
|
|
|
|
|
|
|
|
ยุคกรุงศรีอยุธยา ราชธานีมีนามเต็มว่า"กรุงเทพมหานคร
บวรทวารวดีศรีอยุธยา มหาดิลก นพรัตนราชธานี บุรีรมย์"
ยุคกรุงธนบุรี ยังคงเรียกราชธานีว่า " กรุงเทพมหานคร"ตามมา
ยุครัตนโกสินทร์ เมื่อรัชการที่ ๑ ได้สถาปนาเมืองหลวงใหม่
จึงได้เปลี่ยนนามจาก "อยุธยา" เป็น "กรุงรัตนโกสินทร์อินอโยธยา"
ต่อมา รัชกาลที่ ๓ ได้ทรงแก้เป็น "กรุงเทพมหานคร บวรรัตนโกสินทร์
มหินทอยุธยา" แล้วรัชกาลที่๔ ได้ทรงเปลี่ยนคำว่า "บวร"
เป็น "อมร" เปลี่ยนคำว่า "มหินทอยุธยา" โดยวิธีสนธิศัพท์เป็น
"มหินทรายุธยา" และเติมสร้อยนามต่อ ทั้งเปลี่ยนการสะกดคำ
"สินท์" เป็น "สินทร์" นามใหม่จึงเป็น "กรุงเทพมหานคร
อมรรัตนโกสินทร์ มหินทรายุธยา มหาดิลกภพ นพรัตน์ราชธานีบุรีรมย์
อุดมราชนิเวศน์มหาสถาน อมรพิมานอวตารสถิต
สักกะทัตติยวิษณุกรรมประสิทธิ์"
|
|
|
 |
 |
 |
 |
 |
 |
 |
 |
 |
 |
Home
| Site Map| Contact
Us |
ประวัติศาสตร์
| การปกครอง | สถานที่ท่องเที่ยว
| การคมนาคม | เทศกาล
Copyright 2003.All right reserve
by www.SawasdeeBangkok.com |
| |