Make your own free website on Tripod.com


การให้อาหารสุนัข
ปริมาณอาหารที่ให้แก่สุนัขนั้น แตกต่างกันไปสำหรับแต่ละตัวเพราะขึ้นอยู่กับความต้องการพื้นฐานที่ต่างกันเช่น ขนาด วัย ระยะตั้งท้อง กำลังป่วยหรือฟื้นไข้ เป็นต้น จึงเป็นเรื่องที่เจ้าของสุนัขควรสังเกต เอาใจใส่ และตัดสินใจให้ปริมาณอาารในจำนวนที่เหมาะสมสำหรับสุนัขแต่ละตัว อย่าให้สุนัขกินมากหรือน้อยไปในแต่ละมื้อ โดยอาจจะดูจากท้องสุนัขที่อิ่ม จะขยายมากกว่ากระดูกซี่โครงเพียงเล็กน้อย ไม่ใช่กินจนป่องเต็มที่หรือเอวกิ่วจนดูไม่ได้และควรติดตามดูสภาพความสมบูรณ์ของสุนัขซึ่งคงบอกได้คร่าว
ๆว่าสุนัขได้รับสารอาหารเพียงพอหรือไม่


|สารอาหารที่จำเป็น| |อาหารประเภทไข่|
|อาหารประเภทตับ| |การเลือกอาหารสำเร็จรูป|
|เทคนิคการให้อารหาร| |อาหารแม่สุนัขท้อง|
|อาหารสุนัขแม่ลูกอ่อน| |อาหารสุนัขหย่านม|
|อาหารลูกสุนัขหลังคลอด| |อาหารสุนัขโตเต็มวัย|

สารอาหารที่จำเป็นสำหรับสุนัข

สารอาหารที่จำเป็นสำหรับสุนัขที่กำลังเจริญเติบโต ก็เช่นเดียวกับคน คือมัน จะต้องการ คาร์โบไฮเดรต โปรตีน วิตามิน ไขมัน แร่ธาตุ น้ำ จะแตกต่างกันที่ปริมาณเท่านั้น หากต้องการจะทำอาหารให้สุนัขทานควรเป็นประเภท ข้าว เนื้อสัตว์ ผัก เป็นองค์ประกอบหลัก และปรับปรุงรสชาติให้น่าทาน เพราะสุนัข ก็มีต่อมรับรส เช่นเดียวกัน หากอาหารที่คุณทำดีมีรสชาติถูกใจ มันก็จะ เจริญ อาหาร ทานจนพุงกาง ไปเลย ควรเปลี่ยนอาหารสลับหมุน เวียนกันบ้าง ไม่ควรให้มันทาน ของซ้ำๆ กัน เพราะจะ ทำให้มันขาดสารอาหารชนิด ใดชนิดหนึ่ง ตลอดเวลา ทำให้ เป็นปัญหาต่อสุขภาพในอนาคต

                            

อาหารประเภทไข่

ไม่ควรให้ทานไข่ดิบหรือไข่ลวก เพราะโปรตีนในไข่จะไม่ดูดซึม เข้าสู่ร่างกายสุนัข ควรทำให้สุกโดยการทอด หรือต้มจะเป็น ประโยชน ์ต่อสุนัขของ คุณมากกว่า

                            

อาหารประเภทตับ

หลายคนชอบให้สุนัขรับประทาน เพราะหาง่ายและ สุนัขก็ชอบ เหมือนกัน แต่ไม่ควรให้มันทานทุกวัน การให้อาหารประเภทตับ เช่นตับต้ม ตับย่าง แก่สุนัขทุกวันจะทำให้มีปัญหาเรื่องกระดูก เนื่องจากในตับไม่มี
ความสมดุลของแร่ธาตุที่เป็นองค์ประกอบในร่างกาย จะทำให้สุนัขของคุณเป็นโรคกระดูกบาง กระดูกหักง่าย หากต้องการให้สุนัขทานตับจริง ๆ ก็ควรเพิ่มอาหารเสริมที่เป็นวิตามิน หรือแคลเซี่ยมก็จะช่วยแก้ปัญหานี้ไปได้

                            

การเลือกอาหารสำเร็จรูปของสุนัข
  • ต้องพิจารณาดูว่าสุนัขของท่านอยู่ในวัยใด เป็นเด็ก เป็นหนุ่ม หรืออยู่ใน วัยชราแล้ว ควรจัดผสมสูตรของอาหารให้เหมาะสมกับวัยของสุนัข การผสมสัดส่วนของสารอาหารโดยผิดสูตรจะมีผลอย่างยิ่งต่อสุนัขที่ยังอยู่ ในวัยเด็กอยู่
  • อาหารกระป๋อง หรืออาหารเม็ด ทั้ง 2 อย่างก็มีประโยชน์ต่อสุนัข ของคุณ เท่ากันขี้นอยู่กับว่าสุนัขจะชอบทาน
    ประเภทไหน ถ้าเป็นแบบกระป๋องก็ทานง่าย เพราะมีกลิ่นมีน้ำและรสชาติที่อร่อยกว่าแบบเม็ด เพื่อเป็นการประหยัดค่าใช้จ่าย
  • ตรวจสอบอาหารก่อนซื้อ ต้องดูว่าภาชนะที่บรรจุอาหารสุนัข จะไม่ขาดรั่ว มีแมลงตัวมอดหรือหนอนเจาะไซถุง ถ้าเป็นกระป๋องก็ต้องไม่บุบ ไม่รั่ว ไม่บวม ไม่ขึ้นสนิม ไม่มีกลิ่นเหม็นหึน กลิ่นบูดเน่า

                                

เทคนิคการให้อาหารสุนัข

เป็นขั้นตอนที่สำคัญในการเลี้ยงสุนัขที่เจ้าของจะต้องเรียนรู้ และเข้าใจ ในพฤติกรรมของสุนัขมิฉะนั้นสุนัข ของคุณก็จะเติบโตอย่างไม่มีคุณภาพ
       เทคนิคการให้อาหารสุนัขมี 3 วิธี คือ

  • ตักทิ้งไว้ครั้งละมากๆ ให้สุนัขเลือกทานเอง กรณีนี้สุนัขคุณจะทานอาหารได้ทั้งวัน ทั้งคืน เป็นการสะดวกต่อเจ้า
    ของที่มีธุรกิจมาก ไม่ค่อยจะอยู่บ้านเลี้ยงดูมันอาหารประเภทนี้ควรเป็นอาหาร
    ประเภทเม็ดจะสะดวกที่สุด เพราะหากให้เป็นอาหารสดเมื่อทิ้งไว้นานๆจะทำให้บูดเน่าเป็นอันตราย
    ต่อสุนัขข้อเสียของการให้อาหารประเภทนี้ จะทำให้เราไม่รู้ได้เลยว่าสุนัขตัวไหนได้กินมาก หรือกินน้อย หรือตัวไหนไม่ได้ กินเลย เพราะพฤติกรรมของสุนัขก็มักมีการเบ่งอวดความแข็งแกร่ง ถึงขนาดขู่
    ไม่ให้ทานอาหารเลยก็มี ซึงกรณีนี้เราจะล่วงรู้ได้อีกทีก็ต่อเมื่อสุนัขบางตัว ของท่านซูบผอม หรือไม่สบาย
  • ให้อาหารโดยควบคุมเรื่องเวลา การกำหนดเวลาให้อาหารสุนัข จะทำให้มันรู้เวลาของมันโดยอัตโนมัติ พอถึงเวลาสุนัขของท่าน ก็จะเรียกร้องที่จะขออาหารทาน เช่น เดินตาม หรือเห่าร้อง เอามือตะกายประตู หรือข้างฝา สุนัขบางตัวจะค่อยๆ กิน บางตัวก็จะรีบกินโดยไม่ตรวจสอบดูว่า อาหารในจานเป็นอะไร มีมาก
    น้อยเพียงแค่ไหน ควรจำกัดเวลากินของมันสัก 20-30 นาทีก็จัดเก็บอาหาร เก็บไว้ให้มันกินในมื้อต่อๆ ไปลูกสุนัขที่มีอายุไม่เกิน 6 เดือนควรให้กินวันละ 3 มื้อ 6-12 เดือน ควรให้กินวันละ 2 มื้อ อายุเกิน 1 ปีขึ้นไปให้กินวันละ 1 ครั้งก็พอ
  • แบ่งอาหารตามสัดส่วนและอัตราการกินของสุนัขแต่ละตัว สุนัขแต่ละตัวมี
    พฤติกรรมการกินที่แตกต่างกันออกไป บางตัวกินน้อย บางตัวกินมาก บางตัว
    นอกจากจะกินมากแล้ว ยังกีดกันไม่ให้ตัวอื่นกินในที่ของมันอีก วิธีนี้จะเป็นวิธี
    การให้อาหารทีดีที่สุด แต่คุณจะต้องมีเวลาที่จะคอยควบคุมการกินของบรรดา
    เหล่าสุนัขพวกนี้ปัญหาที่ทำให้ผู้เลี้ยงสุนัขประสบอีกอย่างหนึ่งคือ ปัญหาการเปลี่ยน อาหารสุนัข พบว่าสุนัขบางตัวปฏิเสธไม่ยอมรับอาหารใหม่เหล่านั้น วิธีการที่ถูกต้องในการปรับให้สุนัขทานอาหารใหม่ ต้องทำแบบค่อยเป็นค่อยไป โดยสัปดาห์แรกควรนำ อาหารเก่าและใหม่มาคลุกรวมกันในอัตราส่วน 1 ต่อ 4 เพื่อไม่ให้สุนัขลืมรสชาติอาหารเก่า สัปดาห์ที่ 2 เพิ่มอัตราส่วนอาหารใหม่เป็น
    1 ต่อ 2 พอสัปดาห์ที่ 3 ก็เพิ่ม เป็น 3 ต่อ 4 และสัปดาห์ต่อไปก็ลอง ให้อาหารใหม่ เพียงอย่างเดียว สุนัขของคุณก็จะเคยชินและยอมรับอาหารใหม่ไปโดยปริยาย
    การเปลี่ยนอาหารใหม่ให้สุนัขเป็นเรื่องที่ดี ดังกล่าวมาแล้ว เพราะจะทำ
    ให้สุนัขได้รับสารอาหารชนิดอื่นหมุนเวียนครบถ้วน กรณีที่มันไม่ยอมรับ ผู้เลี้ยง
    ต้องทำใจและค่อยๆ ปรับเปลี่ยนโดยใช้เวลา ซึ่งอาจจะนานกว่า 4 สัปดาห์ ถ้ามัน
    เป็นสุนัขที่ดื้อและไม่ยอมเปลี่ยนอาหารง่าย ๆ

                            

อาหารแม่สุนัขท้อง

อาหารที่ใช้เลี่ยงแม่สุนัขกำลังตั้งท้องนั้น ต้องให้ได้สัดส่วนที่ถูกต้อง เป็นอาหารที่มีคุณภาพสูง โปรตีนมาก
ไขมันน้อย ถ้าให้อาหารไม่ถูกต้อง ไม่ได้สัดส่วน จะทำให้แม่สุนัขมีลูกน้อยตัวและตายมากอาหารที่ให้จะต้องไม่รบกวนระบบย่อย
ซึ่งทำให้ท้องขึ้น ท้องเฟ้อ หรือท้องร่วง อาหารที่ควรให้แก่แม่สุนัข ได้แก่ เกาเหลาเนื้อเปื่อย เนื้อสด เนื้อปลา น้ำนม ผักสด เป็นต้น
ไม่ควรให้ข้าว หรือถั่ว หรือมันเทศ มันฝรั่งซึ่งเป็นอาหารที่มีแป้งมาก เพราะจะทำให้แม่สุนัขอ้วน
ถ้าเป็นสุนัขเคยกินอาหารปนรำก็อาจจะให้รำละเอียดได้บ้างเพียงเล็กน้อย เพื่อช่วยไม่ให้ท้องผูก
ขนาดและปริมาณอาหารที่ให้ในระยะ 6 สัปดาห์แรกของการตั้งท้อง พอๆ กับใช้เลี้ยงสุนัขโตเต็มวัยปกติ
และเมื่ออีกประมาณ 11 วันจะคลอดควรให้โปรตีน เช่น เนื้อหรือ ปลา แต่อย่างเดียว
เพื่อเพิ่มปริมาณโปรตีนอีก 20 % แต่ถ้าเห็นว่าแม่สุนัขผอมมากก็ควรเพิ่มอาหาร 20-30 %
ก่อนที่สุนัขจะคลอดในระยะ 3-4 สัปดาห์ข้างหน้า
ก่อนคลอด 1-2 วัน แม่สุนัขบางตัวจะไม่ยอมกินอาหารหรือไม่ค่อยกิน เพราะมัวแต่สาละวนอยู่กับรังคลอด
หรือสถานที่คลอดลูก ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องปกติ หลังคลอดแล้วก็จะหากินเองได้ที่ต้องระวังก็คืออย่าให้สุนัขกินมากจนอ้วนเกินไป
ทำให้การคลอดยากหรือให้อาหารน้อยจนเกินไปไม่มีแรงเบ่งลูก

                            

อาหารแม่สุนัขลูกอ่อน

อาหารที่ใช้เลี้ยงนี้มันยังถ่ายทอดไปให้ลูกสุนัขด้วย ดังนั้น ช่วงที่ลูกสุนัขกินนม ควรให้อาหารเพิ่มขึ้น 2-3 เท่าของอาหารที่เคยให้ตามปกติ
จนลูกสุนัข3-4 สัปดาห์ นอกจากนี้ ในอาหารควรจะต้องเพิ่มแร่ธาตุ โดยเฉพาะแคลเซี่ยมและฟอสฟอรัส
เพราะขณะที่แม่สุนัขให้นมทำให้ถูกดึงจากร่างกายไปยังน้ำนม ทำให้ระดับแคลเซี่ยมในร่ายกายต่ำ
แม่สุนัขอาจจะมีอาการไข้น้ำนม คือแสดงอาการชัก เกร็ง น้ำลายไหลยืด ดังนั้น ควรหาทางป้องกันโดยการเพิ่มแคลเซี่ยม
ในอาหารตามความจำเป็น หลังจากสัปดาห์ที่ 5 เป็นต้นไป ลูกสุนัขก็จะเริ่มกินอาหารแข็ง และกินน้ำนมลดลง
แม่สุนัขก็ควรกินอาหารลดลงด้วยในวันที่ 2-4 ให้อาหารน้อยลงกว่าที่ให้ ? ? ? ของอาหารที่ให้ตามปกติตามลำดับ
และวันที่ 5 ก็ให้อาหารตามปกติ การลดอาหารแล้วมาเพิ่มจะทำให้แม่สุนัขผลิตน้ำนมลดลง และช่วยรักษาเต้านมในสภาพที่สมบูรณ์

                            

อาหารสุนัขหย่านม

ลูกสุนัขหย่านมเมื่ออายุประมาณ 4-6 สัปดาห์ แต่ลูกสุนัขจะเริ่มกินอาการได้แล้วเมื่ออายุ 3-4 สัปดาห์อาหารที่เหมาะสมสำหรับลูกสุนัขหย่านมใหม่ ๆ นี้ ใช้สูตรเดียวกับสูตรอาหารสำหรับแม่สุนัขกำลังเลี้ยงลูก เพราะสุนัขทั้งสองวัยต่างต้องการ
ธาตุแคลเซี่ยมและฟอสฟอรัส รวมทั้ง วิตามินในอัตราที่สูง เพื่อนำไปสร้างเสริมกระดูกในลูกสุนัขและทดแทนส่วนที่เสียไปกับนมแม่ นอกจากนี้ยังต้องการปริมาณโปรีตีนที่สูงด้วย ดังนั้น สูตรอาหารสำหรับลูกสุนัขกำลังหย่านมและแม่สุนัขในช่วงนี้ ควรใช่สูตร เนื้อสัตว์บด 55 ส่วน ข้าว 23 ส่วน ผัก 8 ส่วน ไขมัน 6 ส่วน วิตามินและเกลือแร่ 3 ส่วน สุนัขขนาดกลางเช่น เซตเตอร์ เมื่ออายุ 5 -6 สัปดาห์ จะกินอาหารประมาณ 3-4 % ของน้ำหนักตัว สำหรับแม่สุนัขก็ให้กินมากกว่าปกติ 2-3 เท่าทั้งนี้ขึ้นกับปริมาณลกสุนัขที่ต้องเลี้ยง ลูกมากก็กินมาก ลูกน้อยก็กินน้อย สำหรับเวลาที่เหมาะสมควรให้ลูกสุนัขวันละ 3 เวลาจนอายุ 3 เดือนต่อจากนั้นจึงให้วันละ 2 เวลา จนถึงอายุ 8-9 เดือนจึงให้วันละมื้อก็ได้ แต่ต้องมีอาหารพอกิน 24 ชั่วโมง

                            

อาหารลูกสุนัขหลังคลอด

ควรให้ลูกสุนัขกินน้ำนมแม่หลังคลอดเร็วที่สุดเท่าที่จะเร็วได้ เพื่อให้ได้รับ " น้ำนมเหลือง " ซึ่งมีโปรตีน วิตามิน
ธาตุเหล็ก แต่มีน้ำตาลแล็กโต๊สน้อยกว่าน้ำนมปกติ นอกจากนี้ยังมีแอนติบอดี้ สำหรับการป้องกันโรคต่าง ๆ ด้วย
คุณสมบัติของนมน้ำเหลืองนี้จะหายไปหลังคลอด 2-3 วัน แต่ถ้าแม่สุนัขไม่มีน้ำนมหรือเต้านมเกิดอักเสบ
ก็ควรนำลูกสุนัขไปฝากแม่สุนัขที่มีน้ำนมตัวอื่นแทน หรือให้อาหารอื่นแทนสำหรับลูกสุนัขครอกใหญ่เกินไป
น้ำนมแม่อาจจะไม่พอกิน ก็ควรเพิ่มน้ำนมโค หรืออาจจะให้อาหารสำหรับลูกสุนัขกำพร้ากิน
มิฉะนั้นแม่สุนัขจะมีสภาพทรุดโทรม และอาจจะเป็นอันตรายได้ น้ำนมที่เพิ่มให้นี้ควรให้เมื่อลูกสุนัขอายุได้ 3 สัปดาห์
โดยใส่น้ำนมในจานตื้น ๆ แล้วจับลูกสุนัขจุ่มปากลงในจานน้ำนม จนลุกสุนัขหัดกินเองได้

                            

อาหารสุนัขโตเต็มวัย

เมื่อสุนัขโตเต็มวัย อายุมากขึ้น ความต้องการอาหารก็ลดลง ถ้าให้มากก็จะทำให้อ้วน ซึ่งทำให้เปลืองค่าใช้จ่าย
และสุนัขจะอายุสั้น จึงควรลดจำนวนอาหารในระยะนี้ เมื่อสุนัขโตเต็มที่ให้อาหารที่มีคุณภาพเพียงวันละครั้งก็พอเพียงแล้ว
สูตรอาหารมาตรฐานที่ง่ายต่อการเตรียม และมีคุณค่า ได้แก่ สูตรเนื้อบด 30 ส่วน ข้าว 35 ส่วน ผักต้ม 27 ส่วน ไขมัน 4 ส่วนวิตามินและเกลือแร่ 1 ส่วน ยีสต์ผงหรือเม็ด 3 ส่วน ผสมอาหารสูตรนี้โดยน้ำหนัก ทำให้สุก ให้กินเวลาเดียวกันทุกวันตามความสะดวกของผู้เลี้ยง ควรให้อาหารตอนเย็นเป็นเวลาที่ดีที่สุด เพราะจะทำให้สุนัขไม่รบกวนเวลากลางคืน ถ้าให้อาหารไม่มีคุณภาพ และจำนวนน้อยเกินไปจะทำให้สุนัขมีขนหยาบไม่เป็นเงา รูปร่างผอม ความต้านทานโรคน้อย ควรให้สุนัขมีโอกาสแทะกระดูก เพื่อรักษาฟันให้แข็งแรง และสะอาด กระดูกที่ให้ไม่ควรเป็นกระดูกที่เคี้ยวแล้วแตกละเอียดเช่น
กระดูกไก่ หรือปลา เพราะอาจจะทำอันตรายต่อลำไส้ของสุนัข นมก็เป็นอาหารที่สำคัญมากสำหรับลูกสุนัข แต่ไม่จำเป็นสำหรับสุนัขที่แข็งแรงแล้ว
อย่าพยายามให้อาหารมากเกินไปเร่งให้สุนัขโต เพราะจะมีผลเสียทำให้รูปร่างไม่ได้สัดส่วนเมื่ออายุมากขึ้น สำหรับสุนัขป่วยควรให้อาหารทีละน้อย แต่ให้บ่อยขึ้น
ไข่ดิบ เนื้อบด นม และวิตามินเสริม เป็นอาหารที่มีประโยชน์มากต่อสุนัขป่วยและสุนัขตั้งท้อง สำหรับภาชนะที่ใส่อาหารให้สุนัข ควรแยกอาหาร และน้ำจากกัน
ภาชนะต้องหนักพอสมควร เพื่อไม่ให้เลื่อนหรือคว่ำ ได้ง่ายขณะสุนัขกินอาหาร และควรทำความสะอาดชามทุกครั้งที่สุนัขกินเสร็จ อย่าทิ้งเศษอาหารไว้ในชาม
เพราะจะทำให้สุนัขคิดว่ามันสามารถกินอาหารได้ตลอดเวลา อันจะเป็นการเพาะนิสัยที่เสีย ควรให้อาหารตรงเวลาและหัดให้สุนัขกินในช่วงเวลานี้เท่านั้น อย่าให้สุนัขกินอาหาร หรือรับอาหารจากผู้อื่น หรือกินอาหารที่ตกอยู่ตามพื้นทั้งหมดนี้สำคัญมาก เพราะจะช่วยให้สุนัขรอดพ้นจากการถูกวางยา สำหรับการเลี้ยงสุนัขในประเทศไทยปัจจุบันนี้ถ้าผู้เลี้ยงซื้ออาหารสำเร็จรูปสำหรับสุนัขที่ขายเป็นส่วนใหญ่ ก็จะได้คุณค่าอาหารเพียงพอ ซึ่งมีทั้งแบบเม็ดและแบบเปียก หรือเนื้อจริง ๆ แต่บางครั้งถ้านำมาให้สุนัขกินทันที สุนัขอาจจะไม่กินเพราะไม่เคยชินจึงต้องมีการฝึกหัดการกินก่อน โดยการผสมอาหารสำเร็จรูปจำนวนเล็กน้อยก่อนลงไปในอาหารเดิม
ที่ใช้เลี้ยงสุนัขอยู่ก่อน เมื่อเห็นว่าสุนัขไม่สงสัยก็เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนสุนัขกินอาหารสำเร็จรูปล้วน ๆ บางท้องที่
ถ้าอาหารสำเร็จรูปหาซื้อยาก ก็ควรใช้อาหารไก่สำหรับไก่ไข่ โดยนำมาต้มเล็กน้อย เพิ่มเนื้อ และผักต้มลงไปก็พอจะใช้ได้