Make your own free website on Tripod.com

เป็นธรรมดาที่สรรพสิ่งในโลกเกิดมาต้องแก่ ต้องเจ็บ ต้องตายอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ สุนัขก็เหมือนกันมักจะมีโรค ภัยไข้เจ็บให้ต้องล้มตายอยู่เสมอ ยิ่งสุนัขตัวเล็กๆ ที่ยังเป็นลูกสุนัขอยู่ยิ่งมีโรคภัยไข้เจ็บจ้องที่จะทำลายชีวิต มากมายหลายชนิด


วิธีการตรวจสุขภาพเพื่อให้รู้ว่าสุนัขเป็นปกติดีอยู่หรือไม่
  • ตรวจลำตัวโดยใช้มือลูบและคลำส่วนต่างๆ หากไม่พบส่วนปกติ เช่น ก้อนเนื้อ ถุงน้ำ ก็แสดงว่าสุนัขไม่ได้เป็นอะไร แต่ถ้าพบที่ส่วนหนึ่งส่วนใดต้องรีบนำไปพบสัตวแพทย์ทันที
  • ตรวจใบหูดูว่าเป็นฝีหรือหนองหรือไม่ ข้อสำคัญหูต้องไม่มีกลิ่นเหม็น
  • ตรวจดวงตา กระจกตาต้องไม่เป็นฝ้าขาว ไม่มีบาดแผลเยื่อตาขาวเป็นปกติ
  • ตรวจปากและจมูก เปิดดูว่าในช่องปากมีบาดแผลหรือเหงือกอักเสบหรือไม่ฟันมีหินปูนเกาะมากน้อยเพียงใด
    ดูจมูกว่ามีน้ำมูกไหลออกมาหรือไม่ เสียงหายใจเป็นปกติเพียงใด และลมหายใจมีกลิ่นหรือไม่ หากผิดปกติแม้
    ส่วนใดส่วนหนึ่งให้ปรึกษาสัตวแทพย์ทันที
  • สังเกตดูอุจจาระ ปัสสาวะ อุจจาระต้องไม่เหลว ไม่มีมูกและมีเลือดปน ปัสสาวะเป็นสีเหลืองอ่อนถึงเหลืองเข้ม ไม่มีเลือดปนเด็ดขาด

|โรคไข้หัดสุนัข|
|โรคพาร์โวไวรัส หรือลำไส้อักเสบ|
|โรคพิษสุนัขบ้า|
|พยาธ|
|โรคพยาธิหนอนหัวใจในสุนัข|
|หนาวสั่น หลอดลมอักเสบ นิวเมอเนีย|
|บวมเป็นหนอง|
|ลมหายใจมีกลิ่น|
|หัวลึงค์อักเสบ|
|โรคเรื้อนแห้ง|
|โรคเรื้อนในขุมขน|
|โรคที่เกิดจากเห็บ|



โรคไข้หัดสุนัข

เป็นโรคฮิตติดอันดับสำหรับโรคสุนัขโรคหนึ่ง โรคนี้เกิดจากเชื้อไวรัสมักเกิดกับลูกสุนัขที่อายุ น้อย ตั้งแต่ 2-3 เดือน เป็นต้นไปบางครั้งพบว่าเกิดในสุนัขแก่ได้เช่นกัน เป็นแล้วโอกาสหาย สำหรับสุนัขที่ติดเชื้อนี้ค่อนข้างต่ำน้อยตัวนักที่จะหาย ถึงหายก็ไม่ปกติ มักจะแสดงอาการทางประสาท คือ กระตุก หรือชักตลอดชีวิต ส่วนใหญ่แล้วตายอย่างค่อนข้างทรมาน
อาการของโรคนี้มักจะแสดงออกทางระบบทางเดินหายใจก่อน คือ มีขี้มูกไหลย้อยสีเขียว ดูเหมือนปอดบวม มีไข้ เบื่ออาหาร ซึม มีตุ่มหนองขึ้นใต้ท้อง มีขี้ตาสีเขียว ๆ เกรอะกรังตลอดเวลา เมื่ออาการรุนแรงขึ้นจะพบว่ามีอาการทางประสาท คือ ริมฝีปากสั่น กระตุก และจะลามไปที่บริเวณหนังหัว ใบหน้า ขาหลัง อาจจะพบว่าบริเวณฝ่าเท้ากระด้างขึ้น บางรายพบว่ามีท้องร่วงด้วย สุดท้ายของโรคมักจะตาย ยับเป็นภัยใหญ่หลวงชนิดหนึ่งของลูกสุนัข แต่สามารถป้องกันได้โดยการพาลูกสุนัขไปรับการฉีดวัคซีนป้องกันโรคไข้หัดตั้งแต่อายุ 2 เดือน เป็นเข็มแรก หลังจากนั้นอีกหนึ่งเข็มที่สองเมื่อผ่านไป1 เดือน เป็นการกระตุ้น และฉีดซ้ำ ๆ ทุกปี ปีละ 1 ครั้ง

                            

โรคพาร์โวไวรัส หรือลำไส้อักเสบ

โรคนี้มีระบาดไปทั่วโลก และแพร่เข้ามสู่ไทยเมื่อไม่กี่ปีมานี้เองนับเป็นโรคที่เกิดจากเชื้อไวรัสในสุนัขที่ส ร้างความสูญเสียอย่างมหาศาล การระบาดเดขึ้นได้ง่าย รวดเร็วและรุนแรงทำให้สุนัขตาย ไปเป็นจำนวนมากด้วยอาการท้องเดิน อาเจียน ไม่กินอาหาร ไข้สูงร่างกายสูญเสียน้ำมาก ทำให้สุนัขตายอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะลูกสุนัขอัตราการตายสูงมาก โรคลำไส้อักเสนี้ มัักจะพบในลูกสุนัข อายุตั้งแต่ 2-6 เดือนหลังจากได้รับเชื้อไปแล้ว ประมาณ 5-7 วัน ลูกสุนัขจะไม่กินอาหาร มีไข้สูง ๆ ต่ำๆ แสดงอาการอาเจียนอย่างมาก พร้อมกันนี้ก็เริ่มแสดงอาการท้องร่วงถ่ายออกมาเป็นน้ำเหลวสีโอวัลติน หรือสีแดง เพราะมีเลือดสด ๆ ปนออกมามีกลิ่นเหม็นคาวมาก ไวรัสจะเข้าไปยังกล้ามเนื้อหัวใจ ทำให้ช็อคตายได้อย่างรวดเร็ว อัตราการตายลูกสุนัขสูงมาก ส่วนสุนัขโตแพ้โรคนี้น้อย สุนัขพันธุ์ โดเบอร์แมน เกรท เดนจะแพ้โรคนี้อย่างรุนแรง โดยปกติโรคนี้ไม่มียารักษาโดยตรงเพียงแต่รักษาตามอาการที่พบเท่านั้น ทางที่ดีควรหาทางป้องกันไว้ก่อนโดยการฉีดวัคซีนตั้งแต่อายุได้ 2 เดือน และกระตุ้นอีกครั้งเมื่ออายุ 3 เดือนและหลังจากนั้นฉีดกระตุ้นทุก ๆปี ปีละ 1 ครั้ง

                            

โรคพิษสุนัขบ้า

โรคนี้คนที่เลี้ยงสุนัขมักจะคุ้นเคยกันดี สาเหตุเกิดมาจากเชื้อไวรัสชนิดหนึ่ง ติดต่อได้ทางน้ำลายของสุนัข และแมวที่ป่วยมากัดหรือข่วนทำให้เกิดบาดแผลและเชื้อไวรัสผ่านเข้าไปเจริญเติบโตได้สุนัขที่ป่วยจะมีอาการบ้าอย่างรุนแรง ซึม หงุดหงิดง่าย ดุ อารมณ์ไม่ดี มักจะเห่าหอน กัดวัตถุต่างๆเรื่อยเปื่อย เสียงเห่าหอนผิดปกติ เนื่องจากเส้นประสาทบริเวณ
กล่องเสียงถูกทำลายสุดท้ายสุนัก็จะเป็นอัมพาตตายไปเอง
ป้องกันได้โดยการนำสุนัขหรือแมวของท่านไปฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าเสียแต่เนิ่นๆ

                            

พยาธิ

... มีพยาธิอยู่ภายในร่างกายของสุนัข 4 ชนิด ซึ่งอาจทำให้สุนัขคุณเป็นโรคได้
เหล่านี้คือ
     - พยาธิตัวกลม
     - พยาธิปากขอ
     - พยาธิเส้นด้าย
     - พยาธิตัวแบน

... สามชนิดแรกสามารถตรวจพบได้จากการทดสอบในห้องแล็ป แต่พยาธิตัวแบนนี้ จะพบอยู่ในอุจจาระ หรือ ขนแถวๆโคนหาง อย่าพยายามกำจัดพยาธิด้วยวิธีใดๆก็ตามด้วยตนเอง โดยไม่ปรึกษาสัตวแพทย์ สุนัข หรือ ลูกสุนัขที่มีสุภาพดีจะไม่ค่อยได้รับผลจากพยาธิ เท่ากับสุนัขที่มีสุขภาพไม่ดีอ่อนแอ หนึ่งในมาตรการป้องกันคือ รักษาความสะอาดตลอดเวลา ทำให้ที่นอนของสุนัขแห้ง เพื่อปราศจากเห็บ หรือไข่อ่อนของพวกพยาธิ

                            

โรคพยาธิหนอนหัวใจในสุนัข

เกิดจากพยาธิที่มีตัวยาวมาก อาศัยอยู่ใน หัวใจท้องล่างขวา ถึงเส้นเลือดใหญ่ไปที่ปอด ติดต่อได้โดยมี ยุง เป็นพาหะนำเอาตัวอ่อนของพยาธิในระยะติดต่อ ปล่อยลงไปที่ตัวสุนัข สุนัขที่ป่วยเป็นโรคนี้มักได้แก่สุนัขที่มีอายุ 3 - 5 ปีขึ้นไปพยาธิชนิดนี้ถ้ามีมากจะทำให้กล้ามเนื้อหัวใจทำงานหนัก และ ขยายตัวสุนัขจะมีความผิดปกติที่หัวใจแสดงอาการไอแห้งๆ ไม่มีแรงนอนซม อาจจะมีอาการท้องมาร ตัวซีด หมดแรงล้มตายไปดื้อๆ

... รักษาได้โดยการป้องกันตั้งแต่อายุ 2 - 3 เดือน เป็นการสกัดกั้นไม่ให้ตัวอ่อนของ มันโตขึ้นทุกวันๆ

                            

หนาวสั่น หลอดลมอักเสบ นิวเมอเนีย

โรคที่เกี่ยวกับทางเดินหายใจ อาจเกิดกับสุนัขได้ เพราะมันถูกบังคับให้อยู่ภายใต้บรรยากาศ ที่คนสร้างมากกว่า บรรยากาศตามธรรมชาติ ถูกความเย็น หรือ ลมหลังอาบน้ำ นอนใกล้แอร์ หรือ ทางที่พัดลมพัด
โรคนี้ไม่สามารถติดต่อสู่คนได้ การปฏิบัติก็เหมือนกับที่ทำกับเด็กยามเป็นโรคเดียวกัน ให้สุนัขอยู่ในที่ซึ่งอบอุ่น เงียบ และบำรุงรักษามันอย่างดี


                            

บวมเป็นหนอง

หนองที่คั่งอยู่ในแผลอันเกิดจากการติดเชื้อ หรือระคายเคือง บริเวณที่เป็นแผลฟกช้ำ เจ็บเมื่อสัมผัส ให้ใช้ผ้าสะอาดชุบน้ำอุ่น เช็ดตามบริเวณรอบๆแผล หรือหนังที่ฟกช้ำ จะทำให้หนองรวมตัวเป็นตัวหนอง แล้วแตกในที่สุดให้ใช้ยาแอนตี้ไบโอติกเมื่อหนองแตกแล้ว

                            

ลมหายใจมีกลิ่น

นี่อาจเกิดจากโรค เช่น โรคไตอักเสบเรื้อรัง หรือ ฟันผุ โรคติดต่อจากเชื้อแบคทีเรีย หรือแผลเปื่อยในเหงือก หรือบางทีจากอาหารเสียแต่เพียงอย่างเดียว ก็ทำให้สุนัขมีกลิ่นปากได้ การวินิจฉัยโรค
อย่างถูกต้องมีความสำคัญเพื่อเราจะรู้ว่าเราต้องเยียวยา หรือ จะต้องเปลี่ยนแต่เพียงอาหารอย่างเดียว

                            

หัวลึงค์อักเสบ

พบในสุนัขเพศผู้เมื่อปลายอวัยวะเพศ และ หนังหุ้มอักเสบ มีหนองไหล การระคายเคืองจะทำให้สุนัขรำคาญ แต่ก็บรรเทาให้หายได้ ด้วยครีมแอนตี้ไบโอติก และ การรักษาความสะอาด จะช่วยให้สุนัขหาย จากอาการหัวลึงค์อักเสบได้เร็วขึ้น

                            

โรคเรื้อนแห้ง

โรคเรื้อนแห้ง หรือที่เรารู้จักในนามโรคขี้เรื้อน หรือสุนัขหนังกลับ พบเห็นได้ทั่วไปกับสุนัขข้างถนน สุนัขที่ป่วยเป็นโรคนี้จะมีอาการคัน และทรมานมากตัวเรื้อนเป็นสัตว์เล็กๆเพียง 0.03-0.05 เซ็นติเมตร ได้ใช้ผิวหนังของสุนัขเป็นที่อยู่อาศัย มันจะขุดอุโมงค์ขึ้นในผิวหนังของสุนัขชั้นนอกสุด หลังจากนั้นก็จะขยาย
พันธุ์เพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อยๆจนเต็มผิวหนังของสุนัขรักษาได้โดยต้องฉีดยาฆ่าเรื้อนทุกๆ 14 วัน

                            

โรคเรื้อนในขุมขน

เป็นโรคผิวหนังที่รักษายาก ผิวหนังจะเป็นตุ่มแดงๆ และลามขี้นบนใบหน้า ขาเท้า และหลังสุนัขที่เป็นโรคนี้เมื่อหนักขึ้น
จะมีขนร่วง บริเวณเหนือคิ้ว แก้ม หน้าผาก จากนั้นจะเกิดตุ่มแดง และกลายเป็นตุ่มหนองมีเลือดภายใน และกระจายไปทั่วลำตัว รักษาได้โดยให้ยา ฉีดยา บางตัวรักษาดีๆจะหายเป็นปกติ
บางตัวเมื่อหายแล้วก็จะกลับมาเป็นใหม่อีกป้องกันได้โดยให้อาหารกินโดยสมบูรณ์ รักษาความสะอาด บริเวณที่อยู่อาศัยและดูแลให้สุนัขแข็งแรงอยู่เสมอ

                            

โรคที่เกิดจากเห็บ

  • โรคติดเชื้อเออร์ลิเซีย
    ติดต่อโดยเห็บสีน้ำตาลที่กัดดูดเลือดสุนัข สุนัขจะมีไข้สูง เยื่อตาขาว อักเสบ มีขี้ตา มีน้ำมูกมาก มีเลือดออกใต้ผิวหนัง และออกจากจมูกเหมือนเลือดกำเดา ใต้ท้องจะเป็นจุดแดงๆ เต็มไปหมด เบื่ออาหาร รักษาได้โดยการให้ยาหลายตัว
    ซึ่งจะต้องปรึกษาสัตวแพทย์ป้องกันได้โดยกำจัดเห็บสีน้ำตาลให้หมดไป อย่าให้เห็บเกาะผิวหนังโดยเด็ดขาด
  • โรคติดต่อเฮ็บปาโตซูน
    ติดต่อโดยเห็บสีน้ำตาล สุนัขที่ป่วยเป็นโรคนี้จะไม่แสดงอาการอย่างชัดเจน แต่จะมีอาการไข้ ตัวร้อน เบื่ออาหาร น้ำหนักลดลง เจ็บปวดกล้ามเนื้อ และเดินเหินผิดปกติ
    รักษาได้ยากเพราะยังไม่มีตัวยาที่รักษาได้โดยเด็ดขาด แต่สามารถป้องกันได้โดยกำจัดเห็บสีน้ำตาลให้หมดไป
  • โรคติดเชื้อบาบีเซีย
    ติดต่อโดยเห็บสีน้ำตาลเช่นเดียวกัน สุนัขจะมีอาการเซื่อมซึม เบื่ออาหาร อ่อนเพลีย เป็นไข้ เป็นดีซ่าน สุนัขจะมีน้ำหนักลด ผอมแห้ง และทรุดโทรม รักษาได้โดยฉีดยาฆ่าพยาธิในเม็ดเลือดเข้าไป ป้องกันได้โดยกำจัดเห็บสีน้ำตาลให้หมดไปเช่นเเดียวกัน