Make your own free website on Tripod.com

มะเฟืองหวาน

Carambola

ลักษณะทั่วไป

เป็นไม้ผลยืนต้นขนาดกลาง ลักษณะเป็นทรงพุ่ม ซึ่งมีทั้งลักษณะตั้งตรง และกึ่งเลื้อยมีถิ่นกำเนิดอยู่ในทวีปเอเชีย ลำต้นและกิ่งเป็นไม้เนื้ออ่อน แกนกลางมีไส้คล้ายฟองน้ำมีสีแดงอ่อน มีใบแบบใบประกอบ สีเขียว ประกอบด้วยใบย่อย 5-11 ใบ ออกดอกเป็นช่อที่ปลายกิ่ง และตาข้างตามกิ่งและลำต้น มีดอกสีชมพูอ่อน ไปจนถึงเกือบแดง จากการสังเกตสีดอกจะเห็นได้ว่า สีของดอกมะเฟืองยิ่งแดงมากก็จะเป็นมะเฟืองพันธุ์มาเลเซีย ซึ่งมีผลใหญ่และรสชาติดี ส่วนดอกสีออกขาวมาก จะเป็นมะเฟืองเปรี้ยว และรสชาติไม่สู้ดีนัก

ส่วนผลของมะเฟือง มีลักษณะแปลกไปจากผลไม้อื่น คือ มีก้นแหลมเป็นเหลี่ยมมีร่องลักษณะเป็นพูประมาณ 4-6 พู ซึ่งบุคคลบางจำพวกได้จินตนาการเห็นเป็นรูปลักษณ์อวัยวะเพศของนางสีดา จึงห้ามแตะต้องและเข้าใกล้ เลยทำให้มะเฟืองเป็นผลไม้อัปมงคลโดยไร้เหตุผล ก็สุดแล้วแต่จะเชื่อกันไป ในปัจจุบันพันธุ์มะเฟืองในประเทศไทยที่ปลูกกันอยู่มีหลายสายพันธุ์ด้วยกัน คือ

การขยายพันธุ์

ที่สวนลุงตี๋มีการขยายพันธุ์อยู่ด้วยกัน 3 วิธี
  • 1. การติดตาหรือต่อกิ่ง ใช้ต้นตออายุตั้งแต่ 1-2 ปีขึ้นไป
  • 2. การทาบกิ่ง ใช้ต้นตอตั้งแต่ 1 ปีขึ้นไป
  • 3. การเพาะเมล็ด เพื่อต้องการพันธุ์ใหม่ โดยการเอาเมล็ดพันธุ์บี10และบี17 ซึ่งปลูกอยู่ในบริเวณเดียวกันมาเพาะเลี้ยง โดยใช้เวลาตั้งแต่ 2-3 ปีขึ้นไป โดยให้ออกผลผลิต ซึ่งมีคุณภาพดี ผลใหญ่ รสหวาน เนื้อแข็ง ออกผลง่าย และไม่มีโรค โดยให้ออกผลตั้งแต่ 3-5 ครั้งขึ้นไป จึงทำการขยายพันธุ์ต่อไป
  • 4. การตอน ทางสวนของเราไม่ค่อยนิยมเพราะออกรากยากและมีรากน้อยเมื่อนำไปปลูกจะทำให้โตช้า และผลเล็กลงจากต้นแม่พันธุ์
  • การปลูกเลี้ยง

    มะเฟืองเป็นพืชที่ปลูกเลี้ยงได้ทุกสภาพดินฟ้าอากาศของประเทศไทย โดยมีวิธีการปลูกเหมือนกับการปลูกไม้ผลทั่วไป หากปลูกเพื่อเก็บผล ควรให้ห่างกันอย่างน้อย 6x6 เมตร ปลูกเพื่อทำกิ่งพันธุ์ขาย ควรให้ห่างกัน 3x3 เมตร ตัดแต่งให้ทรงพุ่ม ถูกแสงแดดได้มากที่สุด จะทำให้เจริญเติบโตได้เร็ว และให้ผลผลิตที่ดี

    ขั้นตอนการปลูก

    การเตรียมดินหรือพื้นที่ปลูกควรให้เป็นที่โล่งแจ้งขุดหลุมกว้างประมาณ 50x50x50 นำดินที่ขุดขึ้นมาผสมปุ๋ยคอก (ในที่นี้ขอแนะนำให้ใช้มูลไก่ เป็ด หรือค้างคาวที่แห้ง ยกเว้นมูลวัว ควาย เพราะจะทำให้เปรี้ยว หรือใช้ปุ๋ยหมัก) ตากแดดให้แห้งบริเวณปากหลุมประมาณ 2 สัปดาห์ แล้วจะนำกิ่งพันธุ์มาปลูกโดยยังไม่ต้องตัดผ้าพลาสติกจากรอยทาบหรือต่อตาออก ปลูกโดยกลบดินให้รอยทาบอยู่เหนือพื้นดินเล็กน้อย ปักหลักยึดลำต้นให้แน่น รดน้ำทุกวัน เมื่อปลูกได้ประมาณ 3 เดือน ให้เอาผ้าพลาสติกออก และใส่ปุ๋ยเคมีสูตร 16-16-16 เล็กน้อยให้น้ำพอประมาณ ไม่ต้องทุกวัน เมื่อเจริญเติบโตดี แตกกิ่งก้านสาขาให้ตัดแต่งกิ่งที่ห้อยหรือไม่สมบูรณ์ออก เมื่อปลูกได้ประมาณ 6 เดือน จะเริ่มให้ดอก ให้ปลิดทิ้งก่อน เพราะต้นยังเล็กอยู่ เมื่อมีอายุได้ 10-12 เดือน ให้ใส่ปุ๋ยมูลไก่แห้งบริเวณโคนต้นรสน้ำให้ชุ่ม จะทำให้เกิดดอก ฉีดฮอร์โมนขยายรังไข่ เมื่อดอกผสมเกสรจนติดลูกแล้ว ให้ปลิดลูกที่ไม่ได้ทรงและลูกที่อยู่ปลายกิ่งออกให้หมด เหลือลูกที่ติดลำต้น และกิ่งใหญ่ไว้ประมาณ 6-10 ลูก แล้วห่อผลด้วยถุงพลาสติกขนาด 6x14 นิ้ว โดยใช้มีดกรีดก้นถุงให้เป็นรูระบายอากาศ หากลูกถูกแดดจัดให้ใช้กระดาษทำกรวยครอบอีกชั้นหนึ่ง หลังจากนั้นประมาณ 2 เดือนครึ่ง ลูกจะแก่ หากต้องการเพิ่มรสชาติให้ใช้ปุ๋ยโปรแตสเซียมใส่เล็กน้อย ก่อนเก็บผลประมาณ 2 สัปดาห์ เมื่อสีผลออกเหลืองแล้วจึงเก็บมารับประทาน

    การป้องกันโรคและแมลง

    ตามปกติโรคพืชที่เกิดกับมะเฟืองมีน้อยมาก และมีเพียงโรคราสนิมเท่านั้น เวลาซื้อกิ่งพันธุ์ให้ตรวจดูว่ามีติดมากับกิ่งพันธุ์หรือไม่ หากปลูกน้อยต้นไม่จำเป็นต้องใช้ยา ปลิดใบที่เป็นโรคทิ้งทำลายก็พอ ถ้าปลูกมากให้ใช้สารป้องกันเชื้อราสนิมฉีดพ่นได้ในระยะเริ่มเป็น ส่วนแมลงที่จะเป็นอันตรายกับต้นมะเฟืองได้แก่ หนอนเจาะลำต้น จะทำให้กิ่งแห้งหรือเหี่ยวเฉาลง ให้ตัดกิ่งบริเวณหนอนเจาะ จะเห็นตัวให้จับทำลายเสีย เพราะหนอนเหล่านี้มีน้อยมาก และนอกจากนี้ยังมีมดกับแมลงวันทองที่จะเข้าทำลายผล เนื่องจากรสหวานจึงทำให้มดขึ้นไปกินบนต้น จึงไม่ควรปล่อยให้ผลสุกอยู่กับต้นนานนัก ควรรีบเก็บผลเมื่อเริ่มมีสีเหลืองเพื่อนำมาบริโภคหรือจำหน่ายต่อไป ซึ่งในปัจจุบันได้มีผู้นิยมรับประทานมะเฟืองสดกันมากขึ้น เป็นเพราะ อาจได้เคยลิ้มรสชาติมะเฟืองพันธุ์ดีที่ออกใหม่มาบ้างแล้วก็เป็นได้

    มะเฟืองนอกจากจะใช้รับประทานผลสด ทำน้ำผลไม้คั้น เป็นเครื่องเคียงสำหรับอาหารเวียดนามแล้วยังใช้ประดับจานอาหารตามร้านอาหารหรูๆ ด้วย มะเฟืองยังเป็นพืชสมุนไพรไทย ที่มีประโยชน์อีกมาก เช่น รับประทานผลสดทำให้เป็นยาระบาย ขับปัสสาวะ ฟอกโลหิตเสีย แก้โรคนิ่ว และยังเป็นยาบำรุงหัวใจอีกด้วย ส่วนใบสดบดละเอียดทาตัวแก้โรคอีสุกอีใส รากใช้ถอนพิษร้อน พิษไข้ และยังสามารถปลูกมะเฟืองในกระถางใหญ่ทำเป็นไม้ประดับได้สวยงาม เมื่อเวลามีผลอีกด้วย

    การตลาด

    เนื่องจากมะเฟืองเป็นผลไม้ที่ยังไม่มีผู้ปลูกแพร่หลายนัก จีงเป็นผลไม้ที่มีราคาค่อนข้างแพง ส่วนมากจะมีจำหน่ายอยู่ตามห้างสรรพสินค้า และตามตลาดที่มีชื่อเสียง เช่น ตลาด อตก. และตลาดเก่าเยาวราช ส่วนตามริมถนนในชนบท จึงยังไม่มีออกจำหน่าย สำหรับราคาที่ขายกันอยู่นั้นตั้งแต่ประมาณ กิโลกรัมละ 80-150 บาท (ผลใหญ่ประมาณ 3-4 ผลต่อหนึ่งกิโลกรัม) แล้วแต่ในช่วงเทศกาล เช่น ช่วงกินเจ ปีใหม่ และ ตรุษจีน และไหว้พระจันทร์ จะมีราคาสูงมากและยังมีผู้สนใจที่จะส่งเป็นสินค้าออกไปยังต่างประเทศอีกด้วย

    รูปภาพมะเฟืองสวยๆจากสวนลุงตี๋

     

    กลับไปหน้า ต้นไม้