Join Senior Friend Finder - the largest Senior Personals Site! Senior Friend Finder 50+ online community and personals!
   
AMPS,NMTS และ TACS ระบบใดจะเป็นมาตรฐานของเซลลูล่าร์

AMPS,NMTS or TACS Analoge Cellular Phone

จากจุดเด่นในด้านการใช้งานที่สามารถเคลื่อนที่นำติดตัวหรือพกพาไปได้ในที่ต่างๆ ของโทรศัพท์เซลลูล่าร์จึงส่งผลกระทบต่อ ระบบติดต่อสื่อสารทางธุรกิจและส่วนตัวอย่างรวดเร็วแพร่หลายแต่เนื่องจากระบบต่างๆที่ใช้นั้นมีความแตกต่างกันมากการตัด สินใจว่าจะเลือกใช้ระบบใดเป็นมาตรฐานเซลลูล่าร์จึงไม่ใช่เรื่องง่ายนักเรามักคุ้นเคยที่จะเรียกระบบโทรศัพท์เคลื่อนที่ (mobile telephone) ยุคใหม่กันสั้นๆและง่ายๆว่า “เซลลูล่าร์” (Cellular) โดยคำว่า “เซล” (Cell) หมายถึง รูปร่างของพื้นที่ครอบคลุมของสถานีฐาน (radiobasestation) ซึ่งตรงกันข้ามกับระบบโทรศัพท์เคลื่อนที่ในยุคก่อนๆที่เครือข่ายเซลลูล่าร์แสดงถึงคุณสมบัติที่สำคัญในการทำให้ สามารถสนทนากันได้อย่างต่อเนื่องแม้ผู้ใช้บริการจะเคลื่อนที่จากเซลหนึ่งไปอีกเซลหนึ่งทั้งนี้ความกว้างของแถบความถี่วิทยุที่ใช้กับ ระบบโทรศัพท์เคลื่อนที่จะแบ่งออกเป็น“แชนแนล” (Channel) แต่ละแชนแนลใช้ได้กับการสนทนา1ครั้งดังนั้นการวัดขนาดหรือ ความจุของระบบโดยพื้นฐานจึงเป็นการพิจารณาจากจำนวนช่องหรือแชนแนลวิทยุที่ใช้งานเมื่อผู้ใช้บริการต้องการเรียกโทรศัพท์ เขาก็จะต้องพยายามเข้ามาอยู่ในเซลและที่นั่นต้องมีช่องวิทยุว่างด้วยจากนั้นก็สามารต่อกับโทรศัพท์เคลื่อนที่โทรศัพท์ธรรมดาหรือ โทรศัพท์ระหว่างประเทศได้โดยใช้แชนแนล .




มาตรฐานที่กระจัดกระจาย มาตรฐานระบบโทรศัพท์เคลื่อนที่เซลลูล่าร์อันแรกในตลาดคือ NMT-450 (NordicMobileTelepone-450) ซึ่งเป็นระบบหนึ่งที่ออก แบบโดยองค์กรโทรคมมนาคมของกลุ่มนอร์ดิค (Nordic) และเปิดให้บริการเมื่อปี พ.ศ.2524 ในประเทศเดนมาร์ก ฟินแลนด์ นอรเวย์ และสวีเดน NMT-450 ทำงานในแถบความพี่ 450 MHz และจากการที่มีนมี channel capacity ต่ำและการครอบคลุมของสัญญาณวิทยุดี ทำให้ระบบนี้มีความเหมาะสมที่สุดที่จะใช้ในบริเวณที่มีความหนาแน่น ทราฟฟิคค่อนข้างต่ำ ปัจจุบันมีผู้ใช้บริการในระบบ NMT-450 ทั่วโลกกว่า 600,000 ราย ต่อมาในปี พ.ศ. 2526 จึงเริ่มมีการพัฒนาระบบ AMPS (Advanced Mobile Phone System) ขึ้นใช้ในสหรัฐอเมริการะบบ AMPS นี้ตรงข้ามกับระบบ NMT-450 ด้วยการออกแบบให้ระบบสามารครอบคลุมพื้นที่ได้กว้าวขวาง โดยสามารถขยายขอบเขตการให้บริการ กับผู้ใช้บริการได้ต่อเนื่องโดยไม่มีขีดจำกัด (nationwide coverage) จึงนับได้ว่า AMPS เป็นระบบที่จัดสำหรับให้บริการในเมืองใหญ่ๆ (ซึ่งมีจำนวนผู้ใช้บริการหนาแน่น) เป็นระบบแรก จำนวนผู้ใช้บริการของระบบ AMPS นี้มากกว่าระบบ NMT ถึง 4 เท่า ตัว นอกจากนี้ยังทำงาน ในแถบความถี่ 800MHz จึงมีคุณลักษณะในการแพร่กระจายคลื่นวิทยุที่ดีกว่า ซึ่งส่งผลให้ขนาดเซลสูงสุดในระบบ AMPS เล็กกว่าของ NMT-450 ดังนั้นการสร้างเครือข่าย AMPS ที่สามารถให้บริการแก่ผู้ใช้บริการได้โดยไม่จำกัด (nationwide) จึงมีราคาแพงกว่าการ สร้างเครือข่าย NMT-450 มากทีเดียว ปัจจุบันมีจำนวนผู้ใช้บริการระบบ AMPS มากกว่า 2,000,000 ราย โดยมีตลาดที่ใหญ่มากใน สหรัฐอเมริกา ด้วยประสบการณ์ที่ได้รับจากระบบ AMPS ในสหรัฐเอมริกา ทางยุโรปจึงนำมาเป็นแนวทางในการในการปรับปรุงระบบ TACS (Total Access Communication System) และเริ่มใช้งานเมื่อ พ.ศ.2528 ในอังกฤษ TACS นี้มีจำนวนผู้ใช้บริการ ได้มากกว่า AMPS ถึง50%และทำงานในแถบความถี่ที่สูงกว่าคือ 900MHz รวมทั้งยังมีการลด ขนาดเซลสูงสุดด้วย ในอังกฤษได้นำระบบ TACS นี้มาใช้เพื่อให้สามารถครอบคลุมพื้นที่ได้กว้างขวางโดยไม่มีขีดจำกัด โดยมีผู้ดำเนินการระบบ TACS ของอังกฤษแข่งขันกัน 2 แห่ง เพื่อพัฒนาเครือข่ายของตนให้สามารถครอบคลุมได้อย่างกว้างขวาง ซึ่งกว่าจะทำได้ปรากฎแต่ละแห่งต้องลงทุนกันไม่น้อยกว่า 10,000 ล้านบาท ในระยะเวลา 4 ปี นับตั้งแต่เริ่มเปิดบริการ ปัจจุบันมีผู้ใช้บริการระบบ TACS ประมาณ 500,000ราย สำหรับมาตรฐานทุกวันนี้ที่นับว่าทันสมัยที่สุดเห็นจะได้แก่ระบบ NMT-900 ที่พัฒนาโดยองค์กรโทรคมนาคมกลุ่มนอร์ดิค NMT-900 สามารถให้บริการได้เต็มที่ในปี พ.ศ. 2530 ในกลุ่มประเทศสแกนดิเนเวีย NMT-900 นี้ทำงานในแถบความถี่ 900MHz เช่นเดียวกับระบบ TACS และมีการนำมาใช้ในเมืองใหญ่ๆ ของกลุ่มประเทศสแกนดิเนเวียเป็นครั้งแรก เมื่อพบว่า NMT-450 เริ่มมีปัญหาด้านจำนวนผู้ใช้บริการ ในเดนมาร์ก NMT-900 สามารถให้บริการกว้างขวางโดยไม่มีขีดจำกัด หรืออย่างเช่นในประเทศที่มีผู้ใช้บริการไม่มากนักและพื้นที่กว้างขวาง เช่น สวีเดน และฟินแลนด์ ก็ยังจัดให้บริการได้หลัง จากใช้งานมายาว 2 ปี มีผู้ใช้บริการ NMT-900 มากกว่า 200,000 รายแล้ว .

ความสำเร็จของระบบ หากพิจารณากันในรูปของการแพร่หลายของโทรศัพท์เคลื่อนที่ (กล่าวคือ จำนวนเครื่องโทรศัพท์เคลื่อนที่ต่อประชากร 1,000 คน) แล้วระบบ NMT เป็นระบบที่ประสบความสำเร็จมากที่สุด ตัวอย่างเช่น เฉพาะในสแกนดิเนเวียเท่านั้นก็มีผู้ใช้บริการระบบ NMT มากกว่า 26 เครื่อง ในขณะที่เครือข่าย TACS ของอังกฤษและ AMPS ของสหรัฐอเมริการมีจำนวนำม่ถึง9เครื่องกล่าวกันจริงๆแล้วหัวใจของมัน อยู่ที่ความง่าย ของระบบเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่สามารถจัดมีจำนวนผู้ใช้บริการโดยไม่มีข้อยุ่งยากได้อย่างเพียงพอและครอบคลุมพื้น ที่บริการที่ต้อง การได้อย่างครบถ้วนนั่นคือแม้ในช่องทราฟฟิคสูงสุดผู้ใช้บริการก็ยังสามารถทำการเรียกและรับการเรียกได้เสมอในพื้นที่ ซึ่งคาดว่าเครือข่าย โทรศัพท์เคลื่อนที่ทำงานได้ด้วยเหตุนี้ คงจะไม่ผิดนัก ถ้าจะกล่าวว่าหากสามารถสร้างเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ที่มีพื้นที่ ครอบคลุมกว้างขวาง มีจำนวนผู้ใช้บริการเพียงพอและรูปแบบเซลที่ปราศจากการรบกวนกันแล้วก็จะเป็นระบบที่ประสบความสำเร็จในตลาด เนื่องจากความต้อง การยังคงมีอยู่อย่างมากนอกจากนั้นยังเห็นได้ชัดด้วยว่าในตลาดส่วนใหญ่แล้วราคาเครื่องโทรศัพท์เคลื่อนที่ขึ้นอยู่กับ ความตอ้งการของตลาด มากเสียกว่าจะใช้มาตรฐานระบบอะไรการเปรียบเทียบ (ด้านผู้ใช้บริการ)
 1.Capacity ในด้าน capacity นั้นระบบที่มีความแตกต่างกันจะแปรเปลี่ยนมาก กล่าวคือ ระบบ AMPS ใช้แถบความถี่ (bandwidth) 20 MHz แบ่งออกเป็น 666 แชนแนล ทำให้มีความกว้างแชนแนลละ 30 KHz ส่วนระบบ TACS สามารถแบ่งแชนแนลละ 25 KHz สำหรับ NMT-900 นั้นมี capacity ใหญ่ที่สุด ถึง 1,999 แชนแนล โดยกว้างแชนแนลละ 25 KHz อย่างไรก็ดีแชนแนลของ NMT-900 มีความสอดแทรกหรือซ้อนทับกัน ดังนั้นแถบความถี่ทั้งหมดจึงเหมือนกับในระบบ TACS (คือ 25 MHz) อนึ่งในอังกฤษ ซึ่งเครือข่าย TACS มีปัญหาเกี่ยวกับสภาพไม่ว่าง (congestion) จึงมีการพัฒนาเพิ่มเติมเป็นระบบที่เรียกว่า ETACS (Extended TACS) โดยมีการเพิ่มแชนแนลอีก 240 แชนแนล ซึ่งต้องใช้ความถี่เพิ่มอีก 6 MHz และระบบเดียวกันนี้ ก็มีการนำไปใช้ในมาเลเซียด้วยเมื่อเร็วๆนี้ ความแตกต่างในด้าน Capacity ของแต่ละระบบที่ผู้ใช้บริการได้รับผลกระทบอย่างเด่นชัด ก็คือ ในกรณีไม่มีแชนแนลว่าง ผู้ใช้บริการจะไม่สามารถทำการต่อหรือรับการเรียก หรือสัญญาณถูกตัดขาดหายไปในขณะที่เคลื่อนที่จากเซลหนึ่งไปอีกเซลหนึ่ง .

 2. เครื่องมือถือ (Hand portables) เมื่อมีการออกแบบ AMPS และTACS ปรากฏว่าเครื่องโทรศัพท์แบบมือถือขนาดเล็กได้พุ่ง สู่ตลาดผู้ใช้อย่างรวดเร็วอย่างที่ไม่เคยคาดคิดกันมา ก่อนกระนั้นก็ตามแม้AMPSและTACSจะสามารถพัฒนาเครื่องมือถือได้แต่ก็ไม่มี จุดเด่นพิเศษอะไรสนับสนุนการใช้งานของมันแต่ตรงกันข้ามปรากฏว่าเครือข่าย NMT-900 ได้รับการออกแบบเครื่องมือถือให้มีหลายรูปแบบ ปัญหาสำคัญของเครื่องโทรศัพท์แบบมือถือก็คือ กำลังของเครื่องส่งวิทยุที่มีกำลังกต่ำและยากที่จะคาดเดาได้ว่าเครื่องโทรศัพท์จะเคลื่อนที่ไปที่ใด บ้าง(นั่นคือผู้ใช้จะถือหรือพกพาไปในที่ใดๆ ตามความต้องการของตน) ซึ่งการที่มันมีกำลังต่ำทำให้เกิดปัญหาในการครอบคลุมของเซ็ล เมื่อผู้ใช้เครื่องมือถือไม่สามารถทำการเรียกออก หรือรับการเรียกเข้าบริเวณขอบๆเซ็ลซึ่งมีสัญญาณวิทยุอ่อนเมื่อนำเครื่องมือถือเข้าไปในชั้น บนของอาคารสูงๆความสูงของเสาอากาศที่ใช้งาน ของมันก็จะเพิ่มขึ้นเป็นผลให้เครื่องส่งวิทยุที่เคยมีกำลังส่งอ่อนกลับสูงขึ้นอย่างมากจน รับกวนเครื่องโทรศัพท์อื่นๆและบางครั้งอาจเลยไปถึง กวนกับสถานีฐานข้างเคียงอีกด้วย นอกจากนั้นยังมีปัญหาอื่นๆที่เกี่ยวกับเครื่อง ดังกล่าว คือ อยากที่จะวางแผน จัดเซ็ลให้ครอบคลุมได้เพียงพอ ทั้งนี้มีเครื่องได้รับความนิยมมีจำนวนเพิ่มขึ้นก็ไม่อาจที่จะให้มันครอบคลุม ได้ตลอดทุกถนนหนทางและเส้นทางจราจรต่างๆเนื่องจากมันจะต้อง ครอบคลุมเข้าไปถึงตามตึกและอาคารธุรกิจต่างๆด้วยอย่างไรก็ดีคงมีเพียง NMT-900 ที่การใช้งานของผู้ใช้เครื่องมือถือจะถูกควบคุมด้วย ชุมสายโทรศัพท์เคลื่อนที่กล่าวคือระบบสามารถตรวจดูการเคลื่อนที่ของผู้ใช้ โทรศัพท์และจำทำการควบคุมระดับกำลังส่งของโทรศัพท์ตลอด เวลาซึ่งหากปรากฏว่าตรวจจับได้ว่าเครื่องมีกำลังส่งสูงผิดปกติ(เช่นอยู่ในชั้น บนของอาคารสูง)เครื่องชุมสายก็จะสั่งการไปที่ตัวเครื่องโทรศัพท์ให้ลดกำลังส่งของมันลงโดยอัตโนมัติ และเมื่อโทรศัพท์กลับคืนสู่สภาพการ ทำงานปกติก็จะคืนกำลังส่งของมันตามเดิมนอกจากนี้ผลประโยชน์ที่ผู้ใช้บริการเครื่องโทรศัพท์มือถือได้ รับจากเครือข่าย NMT-900 อื่นๆ คือคุณสมบัติในการประหยัดแบตเตอรี่ของระบบโดยทั่วๆไปแล้วแบตเตอรี่ของเครื่องโทรศัพท์เคลื่อนที่ชนิด นี้จะมีอายุใช้งานตั้งแต่ 8 ถึง 18 ชั่วโมง ถ้าเครื่องอยู่ในสภาพสแตนด์บาย (รอการเรียกเข้ามา) ทว่าจากจุดเด่นในด้านประหยัดแบตเตอรี่ของ NMT-900 (ซึ่งชุมสาย โทรศัพท์ทำการควบคุมเครื่องโทรศัพท์ด้วยการตัด-ต่อเป็นระยะๆและรอคิวการเรียกเข้ามาเมื่อต้องการได้ทำให้สามารถ ยืดอายุใช้งานได้ถึง อย่างน้อย30ชั่วโมงอนึ่ง TACS ก็มีฟังก์ชั่นประหยัดแบตเตอรี่ด้วยเช่นเดียวกันแต่อาศัยหลักการเครื่องส่งทำงานด้วยเสียง ซึ่งจะประหยัดแบบเตอรี่ได้เฉพาะขณะทำการเรียกเท่านั้น นอกจากนี้สภาพแวดล้อมที่มีเสียงอึกทึก (เช่นบนท้องถนน) อาจทำให้อัตรา ขยายลดลงไปเมื่อใช้งานตลอดเวลา .

 3.Roaming ระบบNMTเป็นเพียงระบบเดียวเท่านั้นที่ใช้ได้ดีสำหรับการRoammingกับต่างประเทศซึ่งRoamingคือความสามารถของผู้ใช้บริการที่จะใช้ โทรศัพท์เคลื่อนที่ของเขาในประเทศอื่นๆที่ใช้มาตรฐานเดียวกันตัวอย่างเช่นอาจใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่เครื่องเดียวกันได้ในประเทศแถบ สแกนดิเนเวีย และในสวิตเซอร์แลนด์ถ้าเป็นเครือข่าย AMPS และ TACS แล้วการ inter-operator roaming จะทำไม่ได้เว้นแต่ว่าจะมีผู้ใช้บริการเป็นจำนวนมากๆซึ่งนั้นก็หมายความว่าจะมีการกำหนดให้เก็บค่าธรรมเนียมเป็นรายเดือนและค่าขึ้น ทะเบียนเป็นผู้ใช้บริการกับเครื่องโทรศัพท์เครื่องเดียวทั้งนี้ก็เนื่องจากความจริงที่ว่าความถี่แชนแนลควบคุม(control channel fequency) ที่ใช้นำสัญญาณควบคุมระบบต่างๆถูกกำหนดตายตัวในเครือข่าย AMPS หรือ TACS และโปรแกรมที่ได้โปรแกรมไว้ก่อนแล้วในเครื่อง โทรศัพท์เคลื่อนที่ และโทรศัพท์ในระบบ AMPS และ TACS ไม่สามารถแยกแยะเครือข่ายได้ผลประโยชน์ที่ได้รับ ในด้านผู้ให้บริการค่าใช้จ่ายในการสร้างและขยายเครือข่ายในด้านผู้ให้บริการเครือข่ายค่าใช้จ่ายในการสร้างและขยายเครือข่ายเป็นข้อแตก ต่างที่สำคัญระหว่างมาตรฐานระบบต่างๆถึงแม้ว่าบรรดาบริษัทผู้ผลิตหลายแห่งสามารถผลิดโทรศัพท์ที่ใช้ได้กับเครือข่าย AMPS หรือ TACS ก็ตาม แต่ทว่าทั้ง AMPS และ TACS ต่างก็มีการจดทะเบียนเป็นสมบัติของตนเองเพราะฉะนั้นผู้ให้บริการเครือข่าย AMPS หรือ TACS ก็จะถูกผูกติดกับบริษัทจัดหาระบบใดระบบเดียวตลอดอายุการใช้งานของเครือข่ายอักนัยหนึ่งระบบ NMT-450 และ NMT-900 เป็นระบบที่มี “สเป็คเปิด” นั่นคือบรรดาบริษัทผู้ผลิตระบบต่างๆสามารถที่จะจัดหาอุปกรณ์ที่เข้ากันได้กับเครือข่าย NMT ซึ่งปัจจุบันมีผู้ผลิตสถานีฐาน NMT-900 แปดแห่งแต่ละแห่งสามารถจัดหาผลิตภัณฑ์ของตนใช้กับเครือข่าย NMT-900 ต่างๆได้ซึ่งจากการที่มีการแข่งขันกันอย่าง กว้างขวางนี้เป็นผลให้ราคาของส่วนประกอบ NMT-900 ลดลง โดยบางอย่างไม่อาจพบได้ในระบบ AMPS และ TACS จำนวนเครื่องในเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ที่จัดสำหรับใช้ในเมืองนั้นความแตกต่างของจำนวนเครื่อง ( capacity )ระหว่างมาตรฐานของ ระบบสามารถเปลี่ยนไปเป็นความแตกต่างของผลประโยชน์ที่ได้รับจากการดำเนินการโดยตรงสำหรับเครือข่าย AMPS นั้นมีจำนวนเครื่อง ที่ค่อนข้างต่ำซึ่งต่ำกว่าเครือข่าย TACS ยกเว้นเครือข่าย NMT-900 นอกจากนี้เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงทราฟฟิค (traffic) เครือข่ายที่มีจำนวน เครื่องสูงสามารถวางแผนและจัดระบบใหม่ได้ง่ายกว่าระบบที่มีจำนวนเครื่องน้อยนั่นแสดงให้เห็นได้ชัดเจนถึงผลที่ได้รับในแง่การ ประหยัดโดยรวมที่มีการปรับปรุงอัตราค่าบริการและราคาเครื่องโทรศัพท์เคลื่อนที่ อัตราค่าบริการนั้นก็เช่นเดียวกับค่าธรรมเนียมต่างๆ ที่ผู้ใช้บริการต้องชำระจะต้องสมเหตุสมผล ถ้าหากสูงเกินไป ผู้ใช้ก็คงเกิดความลังเลที่จะใช้เครื่องโทรศัพท์เคลื่อนที่ของตน ส่งผลถึงรายได้ของผู้ดำเนินการต้องลดลงแต่ในทางตรงกันข้ามถ้าหากค่าบริการและค่าธรรมเนียมต่ำเกินไปจำนวนผู้ใช้เครื่องโทรศัพท์ เคลื่อนที่ก็อาจเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วมากจนเกิดปัญหาความคับคั่ง (congestion) ของเครือข่ายด้วยเหตุนี้ผู้ดำเนินการต้องกำหนดค่าใช้จ่าย ให้ผู้ใช้บริการสบายใจแต่ยังคงคำนึงถึงรายได้และอัตราการใช้เครือข่ายที่อยู่ในระดับเหมาะสมที่สุด จึงมักยึดถือเป็นหลักกันว่า อัตราค่าบริการควรมีอัตราอย่างน้อยเป็น2เท่าของเครือข่ายโทรศัพท์ธรรมดา ในด้านราคาของเครื่องโทรศัพท์เคลื่อนที่เคยมีการกล่าว กันว่ามีผลกระทบต่อความสำเร็จของเครือข่ายพอควร(มีราคาแพงทำให้ไม่ค่อยมีใครอยากใช้)แต่วงการตลาดเครื่องโทรศัพท์หลายแห่ง ทั่วโลกไม่ค่อยจะเชื่อกันมากนัก หากพิจารณากันในด้านการผลิตแล้ว ราคาเครื่องของ AMPS TACS และ NMT-900 นั้นล้วนใกล้เคียงกัน สำหรับในสหรัฐอเมริกาและอังกฤษผู้ดำเนินการระบบ AMPS และ TACS จะให้การสนับสนุนทางด้านราคาเครื่องโทรศัพท์แก่บริษัท ขายปลีกด้วยรางวัล และโบนัสประจำปีต่อจำนวนผู้ใช้บริการอีกด้วย ทำให้ราคาเครื่องโทรศัพท์ในสหรัฐอเมริกา และอังกฤษดูเหมือนต่ำลง ส่วนเครือข่าย NMT-900 ในสแกนดิเนเวียและสวิตเซอร์แลนด์ยังคงเติบโตอย่างรวดเร็วอนาคตของโทรศัพท์เคลื่อนที่ระบบโทรศัพท์ เคลื่อนที่ในปัจจุบันเป็นชนิดอนาล็อก (analog) โดยบรรดาเสียงพูดหรือข้อมูลจะถูกส่งไปเป็นสัญญาณอนาล็อกที่มอดูเลททางความถี่บน เส้นทางคลื่นวิทยุสำหรับยุคใหม่ของระบบโทรศัพท์เคลื่อนที่จะเปลี่ยนเป็นชนิดดิจิตอล (digital) ซึ่งเสียงพูดหรือข้อมูลต่างๆจะถูกพาไป ในรูปของบิท (bits) แล้วเข้ารหัส (encode) ทางปลายด้านรับทั้งนี้ระบบโทรศัพท์เคลื่อนที่ชนิดดิจิตอลระบบแรกกำหนดขึ้นโดย GSM (Groupe Speciale Mobile)ซึ่งจัดตั้งโดยCEPT(Conference Europeandes Posteset Telecommunications) GSM มีวัตถุประสงค์ที่จะ บริหารการรวมทรัพยากรต่างๆของยุปโรปทั้งหมดเข้าด้วยกัน เพื่อบรรลุเป้าหมายร่วมกันคือ “ระบบโทรศัพท์เคลื่อนที่ดิจิตอลแพน – ยุโรป” (pan–Europeandigital mobile telephonesystem)โดยผลของความพยายามนี้จะรุดหน้าไปอีกในปีพ.ศ.2534 ของประเทศในกลุ่มที่ริเริ่ม ประกอบด้วยอังกฤษฝรั่งเศสเยอรมันและสแกนดิเนเวียซึ่งในขั้นสุดท้าย GSM สามารถให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ได้ทั่วยุโรป โดยครอบคลุมพื้นที่มากกว่า 20 ประเทศ บรรดาผู้ดำเนินการระบบ TACS ในอังกฤษต่างพัฒนาเครือข่ายของตนให้ครอบคลุมได้กว้างขวาง แต่กว่าจะบรรลุเป้าหมาย ก็ลงทุนกันไปไม่น้อยกว่า 400 ล้านเหรียญสหรัฐในเวลา 4 ปี นับตั้งแต่เปิดบริการ

semi-conducetor magazine thailand information:

1995