สัมภาษณ์พิเศษ
Daniel Radcliffe
เอาล่ะ
เราก็ได้รับรู้เรื่องราวของ Harry Potter and the Chamber
of Secrets กันเรียบร้อยแล้ว โดยการเข้าฉายของหนังภาคที่สองนี้นับเป็นการรอคอยกันแบบข้ามปีทีเดียวกว่าแฟนๆของ
Harry Potter จะได้พบกับการผจญภัยภาคต่อภาคที่สอง The Chamber
of Secrets ซึ่งว่ากันว่าน่าสนุก น่าติดตามและอาจจะเข้มข้นมากกว่าภาคแรกเสียอีก
ข้อนี้เห็นทีจะต้องรอพิสูจน์กันอีกครั้งในช่วงกำหนดฉายราวปลายปีนี้
มาคราวนี้ ลองติดตามบทสัมภาษณ์พิเศษเจ้าหนู Daniel Radcliffe
ที่เข้ามารับบทบาทเป็น Harry Hotter เป็นปีที่สองแล้ว ไปฟังหนุ่มน้อยขวัญใจเด็กและผู้ใหญ่ทั่วโลกคนนี้พูดถึง
The Chamber of Secrets กันดีกว่า
Q
: เรารู้มาว่านักแสดงฝีมือฉกาจอย่าง Kenneth Branagh ก็ได้เข้ามาร่วมแสดงในภาค
The Chamber of Secrets นี้ด้วย คุณช่วยเล่าประสบการณ์ที่ได้ทำงานร่วมกับเขาให้เราฟังหน่อยได้ไหม?
Kenneth Branagh ถือได้ว่าเป็นแรงบันดาลแก่ผมอย่างแท้จริงเลยล่ะครับ
ข้อแรกเป็นเพราะเขาถือได้ว่าเป็นนักแสดงที่น่านับถือมากที่สุดคนหนึ่งในประเทศอังกฤษเลยก็ว่าได้
และข้อสองเขาเป็นหนึ่งในบรรดาคนที่นิสัยดีมากที่สุดคนหนึ่งที่คุณหวังว่าจะได้พบเลยล่ะครับ
Q
: รู้สึกยังไงบ้างที่ได้กลับมารับบทเป็น Harry Potter อีกครั้ง?
การเข้ามารับบทนี้เป็นครั้งที่สองทำให้คุณรู้สึกว่ามันง่ายขึ้นกว่าเดิมหรือเปล่า?
แล้วคุณรู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลงในตัวเองไม่ว่าจะเป็นทักษะ หรือการวางตัวอะไรอย่างนั้นบ้างหรือเปล่า?
การได้รับบทเป็น Harry ครั้งที่สองนี้ถือว่าเป็นเรื่องที่วิเศษมากเลยล่ะครับ
เพราะตัวละครตัวนี้มีพัฒนาการเกิดขึ้นมากทีเดียว ในหนังสือเองก็เป็นภาคที่มีความมืดหม่นมากขึ้น
ซึ่งผมมองว่าเป็นเรื่องที่ท้าทายมากสำหรับผมในขณะเดียวกันเมื่อเราลงมือทำงานมันก็กลายเป็นเรื่องที่สนุกมากทีเดียว
ถ้าถามผมในเรื่องของพัฒนาการด้านการแสดงของตัวเองล่ะก็ หนนี้ผมได้ใส่ไอเดียเกี่ยวกับตัวละครตัวนี้เพิ่มมากขึ้นไปพร้อมๆกับการชี้แนะจาก
Chris Columbus เราก็พยายามจะนำเอาตรงนี้มาใส่เข้าไปในหนังด้วยน่ะครับ
Q
: หนัง Harry Potter ภาคต่อๆไปก็ยังทำไม่เสร็จแต่ก็ยังอยู่ในระหว่างของการสร้างอยู่
ส่วนตัวแล้วคุณพอจะนึกภาพอนาคตของ Harry ออกไหมว่าจะเป็นยังไง?
แล้วพอจะรู้เรื่องราวของภาคที่ห้าบ้างแล้วหรือยัง?
ผมยังไม่รู้เรื่องราวของภาคที่ห้าเลยครับ
และผมก็เหมือนๆกับทุกคนนั่นแหละที่แทบที่จะทนรอให้มันออกมาวางขายไม่ไหวแล้ว
มันคงจะเป็นเรื่องงี่เง่าสำหรับผมพอสมควรเลยที่จะพยายามเดาเอาว่าในสมองอันชาญฉลาดของ
J.K. Rowling ได้เตรียมอะไรเอาไว้ให้เราในภาคใหม่นี้น่ะครับ
Q
: ในบรรดาฉากที่น่าตื่นตาตื่นใจทั้งหลายในหนัง Harry Potter
นั้น ฉากไหนที่คุณชอบมากที่สุด? คือฉากไหนที่ทำให้คุณรู้สึกเหมือนกับถูกกลืนเข้าไปเลยแบบนั้นน่ะ?
ฉากที่เหลือเชื่อที่สุดสำหรับในหนังเรื่องนี้ก็คือฉากที่อยู่ใน
Chamber of Secrets (ห้องแห่งความลับ) นั่นล่ะครับ มันดูใหญ่โตแล้วก็น่าขนลุกเอาจริงๆเลยล่ะครับ
Q
: แล้วบทบาทที่คุณได้รับนั้นมีพัฒนาเพิ่มขึ้นจากภาค The Sorcerer's
Stone (ศิลาอาถรรพ์) ไปสู่ภาค Chamber of Secrets มากแค่ไหน?
ในหนังภาคแรกนั้น Harry
เป็นเด็กที่มีปฏิกิริยาต่อสิ่งรอบข้างเร็วมาก เป็นปฏิกิริยาต่อสิ่งที่เขาเห็น
ซึ่งก็คือโลกใหม่ที่เขาได้ค้นพบตัวเองนั่นแหละ ในภาค Chamber
of Secrets เขาจะดูมีความสามารถในการที่จะตอบโต้หรือเปลี่ยนแปลงอะไรได้มากขึ้น
อย่างเมื่อตอนที่เขาอยากจะต่อสู้เพื่อที่จะปกป้อง Hogwarts ปกป้องเพื่อนๆของเขา
แล้วก็ปกป้องโลกที่ในตอนนี้เขารู้จักมันดีขึ้นและรักมันมากขึ้นแล้ว
Q
: แล้วซีนไหนที่คุณชอบมากที่สุดในการถ่ายทำภาคใหม่นี้?
ซีนที่ผมชอบที่สุดก็คงจะเป็นซีนในห้องแห่งความลับนั่นแหละครับ
มันเป็นซีนที่กดดันแล้วก็ต้องมีการแอ็กชันมากเหลือเกิน
Q
: การถ่ายทำ Chamber of Secrets มันท้าทายคุณมากแค่ไหน? แล้วในระหว่างการถ่ายทำ
มีเรื่องที่น่าตื่นเต้นอะไรเกิดขึ้นบ้างหรือเปล่า?
ผมว่าความท้าทายครั้งใหญ่ที่สุดคราวนี้ก็คือความพยายามอดทนในการเทคซ้ำแล้วซ้ำอีกนะนแหละครับ
เพราะอย่างที่บอกนั่นแหละว่าภาคนี้มีฉากแอ็กชันมากทีเดียว
Q
: แล้วประสบการณ์ที่ได้ร่วมงานกับ Dobby ที่เป็นเอลฟ์ประจำบ้านนั่นล่ะ
เป็นยังไง? เพราะเห็นว่าเป็นตัวละครอนิเมเตอร์ที่ถูกสร้างขึ้นมาด้วยนี่
ภาพที่ออกมาเหมือนกับตอนที่คุณจิตนาการเอาไว้บ้างหรือเปล่า?
Dobby น่ะทำให้ผมรู้สึกท้าทายมากเลยล่ะครับ
เพราะในระหว่างที่ผมจะต้องแสดงกับ VFX ในภาคศิลาอาถรรพ์นั้น
มันไม่ได้มีอะไรที่ถูกสร้างมาแบบ Dobby เลย และด้วยความที่เขาชอบกระโดดไปกระโดดมาอยู่เรื่อย
นั่นผมก็ยิ่งจะต้องทำให้แน่ใจทุกครั้งว่าตัวเองควรจะอยู่ตรงไหนในซีนนั้นบ้าง
Q
: ตกลงคุณอ่านหนังสือ Harry Porter ครบทุกเล่มแล้วหรือยัง? เล่มไหนที่คุณชอบมากที่สุด?
แล้วคุณยังอ่านหนังสืออะไรอื่นๆอีกหรือเปล่า?
ครับ ผมอ่านหนังสือครบทุกเล่มที่มีแล้ว
ผมชอบมันทุกเล่มเลยล่ะครับ แต่ถ้าถามว่าภาคไหนที่ผมชอบมากที่สุดมาจนถึงตอนนี้ก็คือภาค
Chamber of Secrets ครับ แต่หลังจากที่ได้อ่านภาค Prisoner of
Azkaban (นักโทษแห่งอัซคาบัน) จบไปเป็นรอบที่สองไปแล้ว มันทำให้ผมคลั่งไปเลย
ตอนนี้เลยกลายเป็นว่ามันกลายเป็นเล่มโปรดของผมไปแล้วเรียบร้อย
Q
: ชื่อเสียงท่วมท้นที่ได้รับมาอย่างรวดเร็วนี่เปลี่ยนแปลงชีวิตของคุณูไปมากน้อยแค่ไหน?
ข้อดีของการมีชื่อเสียงคืออะไร? แล้วข้อเสียของมันล่ะ?
ชีวิตของผมก็ไม่ได้เปลี่ยนไปมากมายอะไรหรอกครับ
นอกจากเรื่องที่ว่ามีคนจำผมได้อยู่บ่อยๆเท่านั้นเอง ซึ่งก็เป็นเรื่องที่ดี
เพราะพวกเขาน่ะกระตือรือร้นเกี่ยวกับหนังเรื่องนี้มากแล้วก็อยากจะพูดคุยกับผมเกี่ยวกับมันเท่านั้นเอง
ถึงตอนนี้ผมยังไม่เคยเจอเรื่องที่แย่ๆเลยนะครับ
Q
: แล้วมีโอกาสได้ซื้ออะไรให้ตัวเองบ้างแล้วหรือยังหลังจากที่ได้รับค่าตัวจากหนังเรื่องนี้ไปแล้ว?
ถ้าได้ซื้อ คุณซื้ออะไรมาล่ะ?
ผมก็ซื้อแผ่นดีวีดีมาหลายแผ่นเลยครับ
เพราะผมเป็นคนที่ชอบดูหนังเอามากๆ นอกจากนี้ก็มีพวกซีดีทั้งหลายด้วย
ผมก็ชอบฟังเพลงเหมือนกันนะครับ
Q
: ในบางตอนของ Harry Potter ทำเอาเด็กบางคนที่ได้ดูถึงกับกลัวไปเลยเหมือนกัน
แล้วคุณล่ะ เคยรู้สึกกลัวบ้างไหมเวลาที่ถ่ายทำน่ะ?
ไม่เลยครับ ผมไม่เคยรู้สึกกลัวเลย
เพราะถึงแม้ตอนนั้นมันอาจจะดูเหมือนว่าผมยืนอยู่ตรงนั้นคนเดียว
แต่ปกติแล้วจะมีทีมงานอีกเป็นร้อยเลยยืนอยู่ข้างหลังกล้องนั่นเป็นเพื่อนผมอยู่ตลอดเวลาเลยล่ะครับ
Q
: การถ่ายทำช่วงสุดท้ายใกล้จะเสร็จสิ้นลงแล้ว (นับจากช่วงของการสัมภาษณ์ครั้งนี้)
คุณูวางแผนจะทำอะไรต่อไปหากการถ่ายทำเสร็จสิ้นลง?
นี่ผมเพิ่งใช้เวลาไปกับการพักผ่อนในวันหยุดที่อเมริกาตั้งหลายสัปดาห์แน่ะครับ
Q
: คุณเคยได้ดูหนังผลงานการกำกับเรื่องอื่นๆของ Chris Columbus
บ้างหรือเปล่า? แล้วการสวมบทบาทเป็นHarry ของคุณมีการดึงอะไรจากหนังของเขามาใช้บ้างหรือเปล่า?
ถ้ามี จากหนังเรื่องไหน?
ผมเคยได้ดูหนังของ Chris
ตั้งหลายเรื่องแล้วก็ชอบหมดทุกเรื่องเลย
Q
: รู้สึกยังไงเกี่ยวกับผู้กำกับคนใหม่ที่จะเข้ามารับหน้าที่ตรงนี้ในหนังภาคที่สามบ้าง?
เคยมีโอกาสได้คุยกับเขาแล้วหรือยัง? ถ้าเคย เป็นยังไงบ้าง?
มันเป็นเรื่องที่ดีนะครับที่จะมีผู้กำกับคนใหม่เข้ามาทำหน้าที่นี้
แต่ถึงยังไง Chris ก็ยังคงไปๆมาๆในฐานะของโปรดิวเซอร์ของหนัง
เรื่องนี้คนหนึ่งอยู่ดีนะครับ ผมเคยได้พบกับ Alfonso Cuaron
มาแล้ว และตอนที่ได้ฟังไอเดียวของเขา ผมก็รู้สึกตื่นเต้นขึ้นมาเลยล่ะ
Q
: ถ้าสมมติคุณได้กลายมาเป็น Harry Potter จริงๆ คุณจะเลือกที่จะกลายเป็นเขาไปเลยจริงๆแล้วก็จะไม่กลับมาเป็น
Daniel Radcliffe อีกต่อไปแล้วหรือเปล่า? และเพราะอะไร?
ผมชอบตัวละคร Harry Potter
มากเลยนะครับ แต่ผมคงอยากจะให้เขามาเป็นเพื่อนสนิทของผมมากว่า
เพราะผมชอบการที่ได้เป็นตัวเองอย่างนี้อยู่แล้วน่ะครับ
Q
: โรงเรียน Hogwarts ดูๆไปก็คล้ายๆกับโรงเรียนธรรมดาทั่วไปนะ
จะยกเว้นก็แต่โรงเรียนนี้เต็มไปด้วยเวทมนตร์คาถาเจ๋งๆเท่านั้นเอง
ว่าแต่ที่ Hogwarts นี่เหมือนกับโรงเรียนของคุณบ้างไหม?
ตอนนี้ผมกำลังจะเข้าไปเรียนในโรงเรียนแห่งใหม่
ดังนั้นก็เลยยังไม่แน่ใจเหมือนกันครับว่ามันจะเหมือนกับที่ Hogwarts
บ้างหรือเปล่า ผมก็ได้แต่หวังว่ามันคงจะไม่มีอะไรอันตรายมากเหมือนกับที่
Hogwarts หรือมีคนที่เหมือนกับ Filch อย่างนั้นหรอกนะครับ
Q
: เคยคิดอยากจะมีพลังวิเศษบ้างไหม? แล้วคุณคิดว่าจะทำยังไงกับมันบ้าง?
ผมอยากจะมีผ้าคลุมล่องหนเหมือนกันนะครับ
เพราะมันคงช่วยทำให้ผมหลุดพ้นจากสถานการณ์แย่ๆได้เร็วดีพิลึก
Q
: คุณูกับ Harry มีอายุใกล้เคียงกันมาก รู้สึกยังไงกับการที่ได้เติบโตขึ้นขึ้นไปพร้อมๆกับตัวละครในหนังด้วย?
ผมรู้สึกสบายๆนะ ยิ่งจะเป็นการช่วยทำให้เข้าใจความรู้สึกของเขาได้ง่ายขึ้นเวลาที่เขาจะต้องประสบกับอะไรเป็นครั้งแรกในชีวิตแบบนั้นแหละ
Q
: ถ้าให้เลือกอุปนิสัยอะไรซักอย่างก็ได้ของ Harry ที่เหมือนกับตัวคุณเอง
กับนิสัยอะไรก็ได้ของเขาที่คุณทนไม่ได้จริงๆ คุณูจะเลือกอะไร?
ผมชอบ Harry ตรงที่เขาไม่กลัวที่จะยืนหยัดเพื่อความถูกต้องของตัวเองครับ
ส่วนที่ไม่ชอบรู้สึกจะไม่มีนะ
Q
: Dudley Dursley ตัวจริงเอาแต่ใจตัวเองแล้วก็นิสัยไม่ดีเหมือนอย่างที่เราเห็นในหนังหรือเปล่า?
Harry Melling ที่รับบทเป็น Dudley เป็นเด็กผู้ชายที่นิสัยดีแล้วก็มีน้ำใจที่สุดคนหนึ่งเท่าที่ผมเคยได้เจอมาเลยล่ะครับ
ตัวจริงของเขาน่ะห่างไกลจากตัวละครอย่าง Dudley ซักร้อยไมล์โน่นเลยล่ะครับ
Q
: แล้ว Hermione Granger นั่นแหละตัวจริงของแม่นั่นเป็นคนที่รู้ไปหมดเหมือนอย่างในหนังไหม?
ไม่ครับ Emma เป็นเด็กผู้หญิงที่ฉลาดนะแต่เธอก็ไม่ใช่คนที่รู้อะไรไปเสียหมดทุกอย่างแบบนั้นหรอก
เธอยังเป็นคนที่สนุกมากด้วย เราเข้ากันได้ดีมากเลยล่ะครับ
Q
: ได้ร่วมงานกับนักแสดงหน้าใหม่อย่าง Jason Isaacs แล้วเป็นยังไงบ้าง?คุณพูดคุยกับเขาบ้างไหม?
แล้วเขาเป็นยังไง?
Jason เป็นคนที่น่าทึ่งมากและผมก็ชอบเวลาที่ได้ทำงานร่วมกับเขา
นอกเหนือเวลาที่เขาจะต้องมาเข้าฉาก เขาก็มักจะเล่าเรื่องตลกๆให้เราฟังอยู่เรื่อย
แต่ถ้าเมื่อไหร่ที่เขาเข้าฉากล่ะก็ เขาจะกลับกลายเป็นคนที่สร้างความกดดันให้เกิดขึ้นแล้วก็น่ากลัวมากๆเลยล่ะครับ
Q
: คุณเองสนิทกับนักแสดงที่เป็นผู้ใหญ่คนไหนเป็นพิเศษบ้างหรือเปล่า
อย่าง Richard Harris, Robbie Coltrane หรือ Dame Maggie Smith
แบบนี้?
นักแสดงที่เป็นผู้ใหญ่ทุกคนล้วนแล้วแต่ยอดเยี่ยมครับ
Richard Harris น่ะเล่าเรื่องสนุกๆให้ฟังเสมอ Robbie Coltrane
ก็ชอบเล่าเรื่องตลกให้ฟังบ่อยๆ ส่วน Maggie Smith ก็เป็นคนที่ตลกมากจริงๆ
Q
: เวลาทูสวมบทบาทเป็น Harry Potter คุณถือว่าเป็นการแสดงเท่าไหร่
แล้วก็เป็นตัวเองซักเท่าไหร่?
ไม่ว่าเมื่อไหร่ก็จะต้องมีความเป็นตัวผมรวมอยู่ในการแสดงด้วยนิดหน่อยเสมอครับ
แต่ที่เหลือทั้งหมดล้วนแล้วแต่เป็นการแสดงทั้งนั้น
Q
: คุณว่าตัวเองจะถูกกำหนดให้แสดงแต่บทฮีโรในคราบเด็กนักเรียนอย่างนี้ตลอดไปเลยหรือเปล่า?
ในฐานะที่เป็นนักแสดงดาวรุ่ง กังวลบ้างไหมว่าจะถูกให้แสดงแต่บทเดิมไปตลอด?
นั่นมันเป็นเรื่องของอนาคตนะครับ และผมเองก็ยังไม่รู้เหมือนกันว่าถึงเวลานั้นตัวเองจะทำอะไรอยู่ซึ่งผมก็ไม่ได้คิดไปไกลถึงตรงนั้นหรอก
ถ้าหากผมยังจะเป็นนักแสดงต่อไป ก็คงหวังไว้แหละครับว่าจะไม่เป็นอย่างที่ว่าไว้
Q
: นอกเหนือไปจาก Harry Potter แล้ว มีหนังเรื่องไหนอีกบ้างที่คุณอยากจะมีโอกาสได้แสดง?
ูพอจะนึกภาพตัวเองรับบทอย่าง Frodo Baggins อะไรแบบนั้นบ้างไหม?
มันมีหนังตั้งหลายเรื่องแน่ะครับที่ผมอยากจะเข้าไปร่วมงานด้วย
ไม่ว่าจะเป็นหนังอย่าง The Royal Tenebaums, Momento, Dead Poet
Society แล้วก็ Signs มีหนังที่ผมชอบจริงๆไม่กี่เรื่องหรอกนะครับ
Q
: หลังจากความสำเร็จที่ได้รับจาก Harry Potter คุณกลายมาเป็นจุดสนใจของบรรดาเด็กสาวๆทันทีทันใดอย่างนั้นเลยหรือเปล่า?
มีใครหรือเปล่าที่ให้ความสนใจหนูมากเป็นพิเศษไม่ว่าจะเป็นที่โรงเรียนหรือตามที่สาธารณะต่างๆ
แล้วคุณมองว่ายังไงบ้าง?
เด็กผู้หญิงคนไหนที่อยากจะเข้ามาคุยกับผมย่อมได้ทั้งนั้น
ผมน่ะสบายมากอยู่แล้ว ที่จริงมันก็เจ๋งเอาเรื่องอยู่เหมือนกันล่ะครับ!!
(แหมชอบประโยคนี้จังเลยแดนนี่ หวังว่าคงจะไม่ล้อเล่นนะ)
Q
: เคยมีแฟนๆทำอะไรที่บ้าสุดๆเพื่อเรียกร้องความสนใจจากคุณบ้างหรือเปล่า?
แล้วหนูมีปฏิกิริยาตอบกลับไปยังไงบ้าง?
เมื่อตอนที่ผมได้มีโอกาสไปให้สัมภาษณ์ในสตูดิโอ
MTV ที่นิวยอร์กเมื่อปีที่แล้วก่อนหน้าที่หนังจะเริ่มฉายน่ะครับ
Carson Daly พิธีกรของรายการบอกให้ผมลองเดินไปที่หน้าต่างบานหนึ่งของสตูดิโอ
พอมองออกไปที่ถนนเท่านั้นแหละมีเด็กผู้หญิง คนหนึ่งนุ่งแค่ผ้าเช็ดตัวที่มีชื่อผมพิมพ์ติดอยู่ด้วยเอาไว้ผืนเดียว
Carson Daly ก็เลยเชิญเธอขึ้นมาร่วมรายการด้วย เธอเจ๋งไปเลยนะแต่มันก็หนาวมากทีเดียวล่ะครับ
เพราะมันเป็นช่วงเดือนพฤศจิกายนพอดี นั่นก็น่าจะเรียกว่าบ้าที่สุดแล้วล่ะมังครับ
Q
: ตั้งแต่คุณได้รับเลือกให้เป็นพ่อมดที่อายุน้อยที่ดังไปแล้วทั่วโลกบนจอภาพยนตร์
แน่นอนว่ามันต้องมีเรื่องราวเกี่ยวกับหนูตีพิมพ์ออกมาเป็นร้อยๆเรื่องทั้งในนิตยาสารแล้วก็หนังสือพิมพ์
เคยอ่านเจอเรื่องแปลกๆที่ไม่มีมูลความจริงเลยบ้างหรือเปล่า?
อย่างนึงที่คุณควรจะรู้เอาไว้ก็คือผมไม่เคยอ่านเรื่องอะไรเกี่ยวกับ
Harry Potter ที่ถูกนำไปตีพิมพ์ในหนังสือพิมพ์หรือนิตยสารใดๆเลย
ไม่ว่าจะเป็นรีวิว บทความ หรืออะไรก็ตาม ดังนั้นผมจึงไม่รู้เลยว่าพวกเขาตีพิมพ์เรื่องอะไรเกี่ยวกับผมบ้าง
มีเพียงเรื่องเดียวเท่านั้นซึ่งมาจากโปรดิวเซอร์ของหนังเอง อันนี้ผมก็ไม่ได้อ่านเจอเองหรอกนะครับ
ก็คือเรื่องที่ว่าต้องใช้เด็กผู้ชายมาลงเสียงแทนผมใน 2-3 ฉากก่อนที่หนังจะเปิดตัว
ทาง Warner Bros. ก็มีส่วนตรงนี้ด้วยทั้งที่มันไม่เป็นความจริงเลย
Q
: บรรดาแฟนหนังได้แสดงมุมมองส่วนตัวของพวกเขาเกี่ยวกับการแสดงของคุณใน
Harry Potter บ้างหรือเปล่า? พวกเขาว่ายังไงบ้าง?
จดหมายทุกฉบับที่ผมได้รับจากแฟนๆล้วนแล้วแต่เป็นการแสดงความกระตือรือร้นที่มีต่อตัวหนังทั้งนั้นครับ
( แงๆ แดนน้อยใจแย่เลย)
Q
: คุณเคยได้รับจดหมายจากแฟนๆหรือความคิดเห็นจากคนอื่นๆทั่วๆไปบ้างหรือเปล่า?
แล้วมีครั้งไหนที่ประทับใจหนูเป็นพิเศษบ้างไหม?
ผมได้รับจดหมายที่น่าสนใจจากแฟนๆที่พูดเกี่ยวกับหนังแล้วก็บอกว่ามันมีความหมายกับพวกเขามากแค่ไหนพอสมควรเลยล่ะครับ
มีจดหมายฉบับนึงกินใจผมมาก ก็คือฉบับที่มาจากผู้ชายคนนึงที่ติดคุกอยู่ในอเมริกาและลูกชายของเขาน่ะเป็นแฟนตัวยงของหนังเรื่องนี้
เขาก็เลยขอร้องให้ผมส่งรูปไปให้เขาเพื่อที่เขาจะได้มอบต่อให้ลูกชายของเขา
เป็นจดหมายที่ประทับใจผมมากเลยครับ
Q
: แล้วคุณทำยังไงเพื่อที่จะไม่ให้ตัวเองกลายเป็นคนหลงตัวเองจากชื่อเสียงมากมายที่ได้รับขนาดนี้?
พวกเพื่อนหรือพ่อแม่คุณมีส่วนช่วยทำให้คุณเป็นคนติดดินอยู่เสมอยังไงบ้าง?
ผมไม่เคยคิดว่าตัวเองเปลี่ยนแปลงไปเลยนะครับ
คุณจะลองไปถามพวกเพื่อนๆผมเกี่ยวกับเรื่องนี้ก็ได้ แต่เราก็ยังคงทำอะไรแบบเดิมๆเหมือนที่เราเคยทำกันนั่นแหละ
เคยจัดปาร์ตีอะไรกันยังไงก็ยังคงเป็นเหมือนเดิมครับ
Q
: วันหนึ่งๆของคุณในวันที่มีการถ่ายทำ และวันธรรมดาเป็นยังไงบ้าง?
ก็เป็น Harry ในแทบจะทุกๆซีนที่ผมต้องถ่ายทำทุกวัน
ผมมีเวลาวันละ 9 ชั่วโมงครึ่งนับตั้งแต่วินาทีที่เข้าไปในสตูดิโอ
และในช่วงนั้นผมจะมีเวลาอย่างน้อยที่สุด 3 ชั่วโมง มากที่สุด
5 ชั่วโมงต่อวันสำหรับการเรียนครับ
Q
: เป้าหมายในชีวิตที่คุณตั้งใจเอาไว้คืออะไร? มีอะไรที่คุณอยากทำนอกจากการแสดงอีกบ้าง?
มีอะไรอีกตั้งหลายอย่างครับที่ผมสนใจ
ทั้งการเขียน การกำกับ ใครจะรู้ล่ะว่าต่อไปผมจะทำอะไร อาจจะเป็นหนึ่งในนั้น
อาจจะทั้งสองอย่าง หรือก็อาจจะไม่ทำทั้งสองอย่างก็ได้ ( สุดยอด
อยากเป็นนักเขียน!!!!!! )
Q
: วางแผนว่าจะมีอัลบัมเพลงเป็นของตัวเองซักชุด หรือแสดงในทีวีซีรีส์ซักเรื่องอย่างนั้นบ้างไหม?
ไม่เลยครับ
Q
: ได้ยินมาว่า REM กับ U2 เป็นวงโปรดของคุณนี่ คุณพอจะพูดถึงดนตรีของพวกเขาให้ฟังบ้างได้ไหม?
ถึงตอนนี้ผมก็ยังชอง REM แล้วก็ U2 อยู่นะครับ
เพียงแต่ว่าเริ่มที่จะหันมาชอบดนตรีพังก์ร็อคมากขึ้นแล้ว ไม่ว่าจะเป็น
Sex Pistols, Buzzcocks, The Clash แล้วก็วงอื่นๆอีกหลายวงเลยครับ
Q
: หนังเรื่องโปรดของคุณคือเรื่องอะไร?
หนังเรื่องโปรดของผมก็ยังคงเป็น Twelve
Angry Men อยู่ครับ
Q
: แล้วอาหารจังก์ฟูดกับเครื่องดื่มที่คุณชอบล่ะ?
ชีสเบอร์เกอร์กับไดเอ็ตโค้กครับ ( เหอๆ
อยากกินอ่ะ)
Q
: นักแสดงคนโปรดของคุณเป็นใคร? แล้วนักแสดงรุ่นราวคราวเดียวกันที่คุณชอบล่ะเป็นใคร?
นักแสดงคนโปรดของผมก็คือ Jude Law ครับ
ส่วนนักแสดงรุ่นราวคราวเดียวกัน ผมชอบ Jamie Bell กับ Haley
Joel Osment นะ T_T
Q
: วิชาที่อะไรที่คุณชอบเรียนมากที่สุด? ที่ชอบน้อยที่สุดล่ะวิชาอะไร?
วิชาที่ชอบที่สุดก็คือภาษาอังกฤษ ที่ชอบน้อยที่สุดก็ต้องคณิตศาสตร์ครับ
Q
: เชื่อว่าคุณคงเคยมีโอกาสได้พบกับ J.K. Rowling มาตั้งแต่ก่อนที่จะเริ่มถ่ายทำหนังภาคแรกแล้ว
เธอได้ให้คำแนะนำหรือมุมมองอะไรเกี่ยวกับเรื่องราวในหนัง รวมถึงการสวมบทบาทเป็นตัวละครในหนังบ้างหรือเปล่า?
J.K. Rowling ไม่ได้ให้คำแนะนำเกี่ยวกับการสวมบทบาทตัวละคร
ยังไงเป็นการส่วนตัวหรอกนะครับ แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็ไม่จำเป็นจะต้องทำอย่างนั้นเลย
เพราะเธอได้เขียนเอาไว้ชัดเจนในหนังสือแล้ว ทุกอย่างที่ผมต้องการจะรู้ก็อยู่ในนั้นแหละครับ
จาก
Movies Time |