หน้าแรก

ข่าวประจำวัน ทอ.

ข่าวน่าสนใจ

ข่าวชี้แจง

สลก.ชวนรู้

รับสมัคร

เยี่ยมชม

Links

E-mail


 
โครงการปรับปรุงเฮลิคอปเตอร์ แบบ UH-1 H ของ กองทัพอากาศ


กองทัพอากาศได้ประจำการเฮลิคอปเตอร์แบบ ๖ (ฮ.๖) หรือ UH-1H มาตั้งแต่ปี พ.ศ.๒๕๑๑ ซึ่งนับจนถึงปัจจุบันนี้ (พ.ศ.๒๕๔๕) เป็นเวลา ๓๔ ปีแล้ว ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาเฮลิคอปเตอร์แบบดังกล่าวได้ปฏิบัติภารกิจในการลำเลียงทางอากาศ การช่วยเหลือประชาชนที่ประสบกับภัยธรรมชาติ รวมถึงการค้นหาและช่วยเหลือผู้ประสบภัยตามวาระโอกาส
จากสภาวะแวดล้อมทางการบินที่เปลี่ยนแปลงไป ประกอบกับภารกิจทางการบินในการพัฒนาประเทศที่มีขอบเขตกว้างขวางขึ้น จึงทำให้ ฮ.๖ (UH-1H) ต้องเข้าปฏิบัติการทางอากาศ ร่วมกับอากาศยานที่มีเทคโนโลยีที่สูงกว่า และมีพื้นที่ปฏิบัติภารกิจอื่นในวงที่กว้างออกไป
กองทัพอากาศได้พิจารณาถึงสภาพเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ รวมถึงความจำเป็นในการปฏิบัติภารกิจตามที่ได้รับมอบหมาย จึงเห็นสมควรว่าการพิจารณาปรับปรุง ฮ.๖ (UH-1H) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการปฏิบัติการทางอากาศ เพื่อรองรับกับภารกิจดังที่กล่าวมาแล้วเป็นหนทางที่เหมาะสมที่สุดในภาวะการณ์ปัจจุบัน ซึ่งกองทัพอากาศได้ดำเนินการตามขั้นตอนของทางราชการอย่างรอบคอบโดยมุ่งหวังถึงประโยชน์สูงสุดที่ประเทศชาติและประชาชนจะได้รับ
เอกสารฉบับนี้จึงเป็นข้อเท็จจริงและความจริงใจของกองทัพอากาศต่อการพิจารณาปรับปรุง ฮ.๖ (UH-1H) ที่กองทัพอากาศดำเนินการตั้งแต่ต้นจนถึงปัจจุบันนี้
กองทัพอากาศ
พฤษภาคม ๒๕๔๕

โครงการปรับปรุงเฮลิคอปเตอร์แบบ ๖ (ฮ.๖) หรือ UH-1H ของกองทัพอากาศ
๑. ทำไมต้องปรับปรุง ฮ.๖ (UH-1H)
กองทัพอากาศมีความต้องการใช้งานอากาศยานประเภทเฮลิคอปเตอร์ (ฮ.) ในภารกิจการ ช่วยเหลือและกู้ภัย ซึ่งต้องวางกำลัง ณ ฐานบินทั่วประเทศ รวม ๑๒ หน่วยบิน และยังต้องปฏิบัติภารกิจเป็น ฮ.ติดตามขบวนเสด็จ ฯ เมื่อมีการเสด็จ ฯ แปรพระราชฐาน ณ ภูมิภาคต่าง ๆ ทั่วประเทศ รวมทั้งภารกิจการช่วยเหลือผู้ประสบภัยเป็นประจำทุกปี
ก่อนปี พ.ศ.๒๕๔๑ กองทัพอากาศมี ฮ.ใช้งานทางยุทธการ จำนวน ๒ ฝูงบิน ประกอบด้วย ฮ.๔ ก (S-58T)จำนวน ๑ ฝูงบิน และ ฮ.๖ (UH-1H) จำนวน ๑ ฝูงบิน โดยในการใช้งานอากาศยานประเภท ฮ.นั้น กองทัพอากาศกำหนดอายุการใช้งานเป็นระยะเวลา ๓๕ ปี จึงได้วางแผนปลดประจำการ ฮ.๔ ก (S-58T) ในปี ๒๕๔๑ และ ฮ.๖ (UH-1H) ในปี ๒๕๔๖
ตามแผนการปลดประจำการ ฮ.๔ ก (S-58T) นั้น กองทัพอากาศได้กำหนดความต้องการจัดหา ฮ.เพื่อเข้ามาทดแทนจำนวน ๑๔ เครื่อง แต่เนื่องจากวิกฤตเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นในปี ๒๕๔๐ ทำให้กองทัพอากาศสามารถจัดหา ฮ.Bell 412 EP เพื่อทดแทน ฮ.๔ ก (S-58T) ได้เพียงจำนวน ๔ เครื่องเท่านั้น ดังนั้นในปี ๒๕๔๑ กองทัพอากาศจึงต้องคงประจำการ ฮ.๔ ก (S-58T) ที่ยังมีสภาพเหมาะสมที่จะใช้งานต่อไปอีกระยะหนึ่งไว้จำนวน ๕ เครื่อง เพื่อลดผลกระทบความต้องการใช้งานทางยุทธการ และได้กำหนดให้ ฮ.๔ ก (S-58T) ทั้ง ๕ เครื่องดังกล่าว จะต้องปลดประจำการในปี ๒๕๔๖
ซึ่งผลจากการที่กองทัพอากาศไม่สามารถจัดหา ฮ.มาทดแทน ฮ.๔ ก (S-58T) ได้ตามจำนวนที่ต้องการและประกอบกับความจำเป็นที่สถานภาพงบประมาณไม่อยู่ในสภาวะที่เอื้ออำนวยให้จัดหา ฮ.มาทดแทน ฮ.๔ ก (S-58T) ให้ครบได้ในระยะเวลา ๑๒ - ๑๕ ปีข้างหน้า รวมถึงความจำเป็นที่จะต้องใช้ ฮ.ปฏิบัติงานดังกล่าวข้างต้น กองทัพอากาศจึงพิจารณาเห็นว่าหนทางปฏิบัติที่เหมาะสมที่สุดในสภาวการณ์ปัจจุบันก็คือการยืดอายุการใช้งาน ฮ.๖ (UH-1H) ต่อไปอีก ๑๒-๑๕ ปี โดยจะต้องปรับปรุงสภาพ ฮ.๖ (UH-1H) ทั้งในเรื่องโครงสร้าง เครื่องยนต์และระบบเครื่องช่วยเดินอากาศ เครื่องวัดประกอบการบิน และเครื่องมือสื่อสาร เพื่อให้สามารถใช้งาน ฮ.๖ (UH-1H) ได้อย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัยในการบิน
กองทัพอากาศจึงได้จัดทำโครงการปรับปรุง ฮ.๖ (UH-1H) โดยมีระยะเวลาดำเนินการ ๓ ปี ระหว่างปี ๒๕๔๔ - ๒๕๔๖ วงเงิน ๑,๙๑๗,๐๐๐,๐๐๐.- บาท

๒. วัตถุประสงค์ของโครงการ
ปรับปรุงโครงสร้าง เครื่องยนต์และระบบเครื่องช่วยเดินอากาศ เครื่องวัดประกอบการบิน และเครื่องมือสื่อสาร ของ ฮ.๖ (UH-1H) จำนวน ๑๙ เครื่อง เพื่อให้มีประสิทธิภาพในการปฏิบัติการทางอากาศสูงขึ้นและเพิ่มความปลอดภัยในการบิน เป็นการดำรงศักยภาพของกำลังทางอากาศในสภาวะที่งบประมาณไม่เอื้ออำนวยให้จัดหา ฮ.ใหม่มาทดแทน

๓. หลักการซ่อมบำรุง ฮ.๖ (UH-1H)
ในการซ่อมบำรุง ฮ.๖ (UH-1H) นั้น กองทัพอากาศได้แบ่งระดับการซ่อมบำรุงออกเป็น ๓ ระดับคือ
๓.๑ การซ่อมบำรุงในระดับหน่วย เป็นการซ่อมบำรุงโดยหน่วยผู้ใช้ ฮ.ทุกวงรอบ ๒๕ ชั่วโมงบิน โดยมีหน่วยซ่อมของฝูงบินเป็นหน่วยรับผิดชอบทำการตรวจซ่อม
๓.๒ การซ่อมบำรุงในระดับกลาง หรือทุกวงรอบ ๑๕๐ ชั่วโมงบิน โดยมีหน่วยซ่อมของกองบินเป็นหน่วยรับผิดชอบ ซึ่งการตรวจซ่อมใน "ระดับหน่วย" และใน "ระดับกลาง" จะทำการตรวจชิ้นส่วนอุปกรณ์ตามที่คู่มือการซ่อมบำรุงกำหนดให้ตรวจ, ถอดเปลี่ยนชิ้นส่วนอุปกรณ์ที่ครบกำหนดอายุใช้งาน หรือชิ้นส่วนอุปกรณ์ที่ตรวจพบว่าเกิดการชำรุดขัดข้อง
๓.๓ การซ่อมบำรุงในระดับโรงงาน หรือ Program Depot Maintenance (PDM) ทุกวงรอบ ๓ ปี โดยมีกองซ่อมอากาศยาน ๒ กรมช่างอากาศ กองบัญชาการสนับสนุนทหารอากาศ เป็นหน่วยรับผิดชอบ มีขั้นตอนการดำเนินการจำนวน ๑๑ ขั้นตอน ระยะเวลาดำเนินการประมาณ ๖๐ วันทำการ โดยมีข้อมูลที่สำคัญดังนี้
๓.๓.๑ การถอดชิ้นส่วนอุปกรณ์ที่ติดตั้งกับ ฮ.ลงทั้งหมด เช่น เครื่องยนต์, ชิ้นส่วนที่เป็นDynamic Component, ระบบวิทยุสื่อสาร, เครื่องช่วยเดินอากาศ, เครื่องวัดประกอบการบิน เพื่อให้เหลือแต่โครงสร้างลำตัวก่อนทำการล้างลอกสี และตรวจความชำรุดเสียหายของโครงสร้าง รวมทั้งตรวจซ่อมโครงสร้าง ทั้งนี้ขีดความสามารถของกองซ่อมอากาศยาน ๒ ฯ ในการตรวจซ่อมโครงสร้าง เช่น ชิ้นส่วน Honey Comb หรือส่วนที่เป็นรังผึ้งนั้น สามารถดำเนินการได้เฉพาะที่หรือที่เรียกว่า "การปะผุ" ซึ่งรวมถึงส่วนที่เป็นผนังภายใน ฮ. ด้วย และเมื่อทำการซ่อมโครงสร้างลำตัวเรียบร้อยแล้ว จึงจะทำการพ่นสีและประกอบอุปกรณ์ โดยจะเปลี่ยนอุปกรณ์ที่ครบกำหนดอายุใช้งาน หรืออุปกรณ์ที่ตรวจพบว่าเกิดการชำรุดขัดข้อง รวมทั้งทำการชั่งดุลย์ ก่อนทำการบินทดสอบเพื่อส่งมอบให้หน่วยใช้งานต่อไป
๓.๓.๒ อุปกรณ์ที่กำหนดอายุใช้งาน ต้องทำการถอดเพื่อตรวจซ่อมหรือเปลี่ยนใหม่ตามวงรอบชั่วโมงการใช้งานรวม ๑๘ รายการ เช่น ใบพัดประธานหรือใบพัดหลัก (Main Rotor Blade), ใบพัดหาง (Tail Rotor Blade), ชุดถ่ายทอดกำลัง (Main Transmission), Gear Box, เครื่องยนต์ เป็นต้น

๔. ทำไมจึงเลือกใช้วิธีปรับปรุง ฮ.๖ (UH-1H) เพื่อยืดอายุการใช้งาน
จากการที่ ฮ.๖ (UH-1H) มีอายุใช้งานมานานกว่า ๓๐ ปี และการซ่อมบำรุงในระดับโรงงานหรือ การซ่อมใหญ่ตามระยะเวลา (Program Depot Maintenance : PDM) เป็นการซ่อมบำรุงแบบคืนสภาพให้ใช้งานได้เท่านั้น จึงทำให้ ฮ.๖ (UH-1H) มักเกิดขัดข้องทั้งในด้านชิ้นส่วนอุปกรณ์และระบบเครื่องช่วยเดินอากาศ เครื่องวัดประกอบการบิน เครื่องมือสื่อสาร ในระหว่างปฏิบัติการบิน ต้องเข้ารับการซ่อมอยู่เสมอ ทำให้ไม่สามารถปฏิบัติภารกิจอย่างต่อเนื่องได้ กองทัพอากาศจึงกำหนดความต้องการปรับปรุง ฮ.๖ (UH-1H) เพื่อยืดอายุการใช้งานดังนี้
๔.๑ เปลี่ยนโครงสร้างหลักโดยเฉพาะโครงสร้างหลักที่เป็น Honey Comb หรือส่วนที่เป็น รังผึ้งใหม่ทั้งหมดแทนการซ่อมเฉพาะแบบการซ่อมใหญ่ตามระยะเวลา (PDM)
๔.๒ เปลี่ยนอุปกรณ์หลักที่กำหนดอายุใช้งานทั้ง ๑๘ รายการใหม่ทั้งหมดไม่ว่าจะครบอายุหรือไม่ แทนที่จะเปลี่ยนเมื่อครบอายุหรือเปลี่ยนเมื่อพบว่ามีการชำรุดขัดข้องแบบการซ่อมใหญ่ตามระยะเวลา (PDM)
๔.๓ เปลี่ยนถังน้ำมันใหม่ทั้งหมดแทนที่จะเปลี่ยนเมื่อพบว่ามีการชำรุดแบบการซ่อมใหญ่ตามระยะเวลา (PDM)
๔.๔ เปลี่ยนแบบเครื่องวัดประกอบการบินเป็นรุ่นใหม่และติดตั้งเพิ่มเติม รวมทั้งปรับเทียบมาตรฐาน แทนที่จะตรวจซ่อมและใช้งานเครื่องวัดที่มีอยู่เดิมแบบการซ่อมใหญ่ตามระยะเวลา (PDM)
๔.๕ เปลี่ยนแบบวิทยุ เครื่องช่วยเดินอากาศ และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เป็นรุ่นที่ทันสมัยใหม่ทั้งหมดแทนที่จะตรวจซ่อมและใช้งานวิทยุ เครื่องช่วยเดินอากาศ และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่มีอยู่เดิมแบบการซ่อมใหญ่ตามระยะเวลา (PDM)
๔.๖ เปลี่ยนสายไฟใหม่ทั้งหมดและออกแบบผังการเดินสายไฟรองรับการเปลี่ยนแบบอุปกรณ์ในระบบเครื่องช่วยเดินอากาศ (Avionics) ใหม่ แทนที่จะตรวจซ่อมสายไฟที่มีอยู่เดิมที่พบว่ามีการชำรุดแบบการซ่อมใหญ่ (PDM)

เปรียบเทียบความแตกต่างระหว่างการปรับปรุงเพื่อยืดอายุ ฮ.๖ (UH-1H)กับการซ่อมใหญ่ตามระยะเวลา (PDM)
รายการ                       การปรับปรุงยืดอายุ                       การซ่อม PDM
๑. โครงสร้างลำตัว ในส่วนที่  - จะทำการเปลี่ยนโครงสร้างส่วนที่   - จะใช้วิธีการซ่อมปะผุและ
เป็นรังผึ้ง (Honey Comb)    เป็นรังผึ้ง (Honey Comb)          เปลี่ยนชิ้นส่วนเท่าที่จำเป็น
                                                                                                               ใหม่ทั้งหมด
๒. โครงสร้างหลักในส่วนของ  - จะทำการเปลี่ยนชิ้นส่วน                - จะใช้วิธีการซ่อม
คานหลัก (Main Beams)       ใหม่ทั้งหมด
ใต้พื้นที่มีการชำรุด
๓. อุปกรณ์หลักที่กำหนดอายุ    - กำหนดให้ทำการเปลี่ยนใหม่         - จะตรวจสอบอุปกรณถ้าครบ
ใช้งาน                                      ทั้งหมด ไม่ว่าจะครบอายุ หรือ          อายุใช้งาน หรือพบว่าชำรุด
                                                     ยังไม่ครบอายุก็ตาม                     ขัดข้องก็จะทำการเปลี่ยน
                                                                                                       ถ้ายังไม่ครบอายุ และไม่มี
                                                                                                        ข้อขัดข้อง ก็จะไม่เปลี่ยน
๔. ถังน้ำมันเชื้อเพลิง                - กำหนดให้ทำการเปลี่ยนถัง             - จะตรวจสภาพถังน้ำมันเชื้อ
                                                น้ำมันเชื้อเพลิงใหม่ทั้งหมด                ;เพลิงถ้าพบว่าชำรุดจึงจะ
                                                                                                         เปลี่ยน
๕. เครื่องวัดประกอบการบิน      - จะทำการเปลี่ยนแบบเครื่องวัด       - จะดำเนินการเฉพาะการ                                                    เป็นรุ่นใหม่และติดตั้งเพิ่มเติม         ตรวจสอบการทำงานของ                                                    เครื่องวัดรวมทั้งการปรับเทียบ       มาตรฐานเครื่องวัดทั้งหมด
๖. วิทยุ เครื่องช่วยเดินอากาศ     - จะทำการเปลี่ยนแบบวิทยุ               - เป็นการใช้วิทยุ เครื่องช่วย อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์                   เครื่องช่วยเดินอากาศ รวมทั้ง          เดินอากาศของเดิมที่ใช้งาน                                                     อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อื่น ๆ             มากว่า ๓๐ ปีแล้ว เพียงแต่                                                     เป็นรุ่นที่ทันสมัยใหม่ทั้งหมด          ทำการตรวจสภาพและ                                                     ซึ่งจะต้องซื้ออุปกรณ์ใหม่                ซ่อมให้ใช้งานได้เท่านั้น                                                     และการติดตั้งต้องทำการ
                                                    ดัดแปลงแผงเครื่องวัด (Console)
                                                     ใหม่ทั้งหมด รวมทั้งต้องทำ
                                                     การออกแบบผังทางเดิน
                                                     สายไฟใหม่ นอกจากนั้นต้อง
                                                     ออกแบบติดตั้งเสาอากาศใหม่ด้วย

๕. ผลที่กองทัพอากาศจะได้รับภายหลังการปรับปรุงยืดอายุ ฮ.๖ (UH-1H)
๕.๑ จะได้ ฮ.๖ (UH-1H) ที่อยู่ในสภาพใหม่ มีระบบสื่อสารที่ทันสมัย มีความปลอดภัยในการบินและระยะเวลาการที่ต้องเข้ารับการซ่อมใหญ่ตามระยะเวลา (PDM) จะใช้เวลานานขึ้น
๕.๒ ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับงบประมาณแม้ราคาในการยืดอายุจะสูงกว่าการทำการซ่อมใหญ่ตามระยะเวลา (PDM) ค่อนข้างมาก เนื่องจากมีการเปลี่ยนชิ้นส่วนและอุปกรณ์มากกว่า มีการเปลี่ยนแบบวิทยุ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เป็นรุ่นใหม่ แต่ก็จะทำให้ ฮ.๖ (UH-1H) เข้ารับการซ่อมบำรุงน้อยลง และไม่ยุ่งยากในการจัดหาอะไหล่ ทำให้ทุ่นค่าใช้จ่ายในการซ่อมบำรุงได้ในระยะยาว ซึ่งสามารถเปรียบเทียบราคาในการ ปรับปรุงยืดอายุกับการซ่อมใหญ่ตามระยะเวลา (PDM) ได้ดังนี้
        การปรับปรุงยืดอายุ                                             การซ่อม PDM
- ราคาเฉลี่ย เครื่องละ ๕๒.๕ ล้านบาท ในระยะเวลา     - ราคาเฉลี่ย เครื่องละ ๒๖ ล้านบาท ต่อ
การใช้งาน ๑๒ ปี อาจเข้าซ่อม PDM เพียง ๑ ครั้ง         ครั้งในระยะเวลาการใช้งาน ๑๒ ปี จะ
เพราะ ฮ.เพิ่งได้รับการปรับปรุงใหม่ มีสภาพที่สมบูรณ์     ต้องเข้าซ่อม PDM จำนวนประมาณ
จะเสียค่าใช้จ่ายรวมแล้วประมาณ ๗๘.๕ ล้านบาท           ๔ ครั้ง (๓ ปี ต่อครั้ง) จะมีค่าใช้จ่าย                                                                                        ทั้งสิ้น ๑๐๔ ล้านบาท
ดังนั้นการยืดอายุจะคุ้มค่ากว่าการทำการซ่อมใหญ่ตามระยะเวลา (PDM) ในระยะยาว หรือทุ่นค่าใช้จ่ายได้ถึง ๒๕.๕ ล้านบาทต่อเครื่อง

๖. แนวคิดของกองทัพอากาศในการวิเคราะห์หนทางปฏิบัติ
๖.๑ กองทัพอากาศพิจารณาเห็นว่า การปรับปรุงเพื่อยืดอายุ ฮ.๖ (UH-1H) จะช่วยให้ กองทัพอากาศมี ฮ.๖ (UH-1H) ที่อยู่ในสภาพใหม่ มีขีดความสามารถในการปฏิบัติภารกิจ ตลอดจนค่าใช้จ่ายในการปรับปรุงจะถูกกว่าการจัดหา ฮ.ใหม่มาทดแทนและสอดคล้องกับสถานภาพงบประมาณปัจจุบัน รวมทั้งบุคลากรในด้านต่าง ๆ ที่มีอยู่ในกองทัพอากาศก็มีพื้นฐานความรู้และความชำนาญในการปฏิบัติงานอยู่แล้ว สามารถรับการฝึกอบรมเพิ่มเติมเพื่อปฏิบัติงานกับ ฮ.๖ (UH-1H) ที่ได้รับการปรับปรุงได้ ดังนั้นจึงพิจารณากำหนดหนทางปฏิบัติ จำนวน ๒ หนทาง ได้แก่
๖.๑.๑ หนทางปฏิบัติที่ ๑ กองทัพอากาศดำเนินการปรับปรุงยืดอายุ ฮ.๖ (UH-1H) เองทั้งหมด
๖.๑.๒ หนทางปฏิบัติที่ ๒ จ้างเหมาบริษัทต่างประเทศปรับปรุงยืดอายุ ฮ.๖ (UH-1H) จำนวนหนึ่งพร้อมการฝึกอบรมและถ่ายทอดเทคโนโลยีให้กับเจ้าหน้าที่ของกองทัพอากาศเพื่อให้สามารถดำเนินการปรับปรุง ฮ.๖ (UH-1H) จำนวนที่เหลือได้เอง รวมทั้งจ้างเหมาซ่อมอุปกรณ์ที่กำหนดอายุใช้งานและเครื่องยนต์ทั้ง ๑๙ เครื่อง
๖.๒ วิเคราะห์หนทางปฏิบัติ
๖.๒.๑ หนทางปฏิบัติที่ ๑ กองทัพอากาศดำเนินการปรับปรุงยืดอายุเอง
๖.๒.๑.๑ ข้อดี ประหยัดงบประมาณเนื่องจากไม่เสียค่าจ้างแรงงานเพิ่ม
๖.๒.๑.๒ ข้อเสีย
๖.๒.๑.๒ (๑) อาจเกิดข้อบกพร่องในการปรับปรุงยืดอายุเนื่องจากเจ้าหน้าที่ของกองทัพอากาศไม่เคยทำการปรับปรุง ฮ. แบบยืดอายุมาก่อนโดยเฉพาะการเปลี่ยนโครงสร้างหลักทั้งชิ้นอาจเกิดการบิดตัวชำรุดเสียหายได้
๖.๒.๑.๒ (๒) เจ้าหน้าที่ของกองทัพอากาศไม่ได้รับการฝึกอบรมและ ถ่ายทอดเทคโนโลยีในการออกแบบเปลี่ยนแปลงวิทยุอุปกรณ์สื่อสารมาก่อน อาจทำให้เกิดการส่งคลื่นรบกวน ซึ่งกันและกัน ส่งผลต่อประสิทธิภาพการทำงานของอุปกรณ์
๖.๒.๑.๒ (๓) เจ้าหน้าที่ของกองทัพอากาศไม่ได้รับการฝึกอบรมและถ่ายทอดเทคโนโลยีในการออกแบบผังทางเดินสายไฟมาก่อนอาจส่งผลต่อการทำงานของระบบต่าง ๆ
๖.๒.๑.๒ (๔) ไม่มีเครื่องมือพิเศษสำหรับการปรับปรุงเพื่อยืดอายุ ฮ. และเครื่องมือบางอย่างมีไม่เพียงพอ
๖.๒.๑.๒ (๕) ไม่มีกำลังพลเพียงพอในการซ่อมอุปกรณ์หลักที่กำหนดอายุใช้งานและซ่อมเครื่องยนต์เนื่องจากต้องให้บริการในลักษณะของศูนย์ซ่อม ฮ.แบบรวมการให้กับ ฮ. ที่มีใช้ในกองทัพไทยกว่า ๑๐๐ เครื่อง
๖.๒.๒ หนทางปฏิบัติที่ ๒ จ้างเหมาบริษัทต่างประเทศปรับปรุง ฮ.๖ (UH-1H) จำนวนหนึ่งพร้อมการฝึกอบรมและถ่ายทอดเทคโนโลยีให้กับเจ้าหน้าที่ของกองทัพอากาศเพื่อให้กองทัพอากาศสามารถดำเนินการปรับปรุง ฮ.๖ (UH-1H) จำนวนที่เหลือได้เอง รวมทั้งจ้างเหมาซ่อมอุปกรณ์ที่กำหนดอายุใช้งานและเครื่องยนต์ทั้ง ๑๙ เครื่อง
๖.๒.๒.๑ ข้อดี
๖.๒.๒.๑ (๑) เจ้าหน้าที่ของกองทัพอากาศได้รับการถ่ายทอดเทคโนโลยี ซึ่งจะทำให้มีประสบการณ์และขีดความสามารถเพิ่มขึ้น สามารถทำการปรับปรุงยืดอายุ ฮ.ได้ในอนาคต ซึ่งจะช่วยด้านการพัฒนาอุตสาหกรรมการบินของประเทศ
๖.๒.๒.๑ (๒) สามารถประกันความสำเร็จของโครงการได้ เนื่องจากกองทัพอากาศจะได้รับอุปกรณ์ที่ได้รับการซ่อมใหญ่ตามกำหนดเวลา สามารถบริหารการจัดดำเนินงานปรับปรุง ฮ.๖ (UH-1H) ในส่วนที่ต้องดำเนินการเองได้อย่างมีประสิทธิภาพ
๖.๒.๒.๒ ข้อเสีย ต้องใช้งบประมาณมากกว่าการดำเนินการเองทั้งหมด
๖.๒.๓ การเลือกหนทางปฏิบัติ เมื่อเปรียบเทียบหนทางปฏิบัติทั้ง ๒ หนทางแล้ว การปรับปรุง ฮ.๖ (UH-1H) โดยกองทัพอากาศดำเนินการเองทั้งหมดจะประหยัดงบประมาณได้มากกว่า แต่อาจเกิดข้อบกพร่องในการปรับปรุง เนื่องจากไม่เคยทำการปรับปรุงยืดอายุมาก่อน อาจเกิดความล่าช้าในการจัดดำเนินงานและอาจทำให้โครงการไม่ประสบผลสำเร็จได้ ดังนั้น หนทางปฏิบัติที่กองทัพอากาศพิจารณาอย่างรอบคอบแล้วจึงได้แก่ การจ้างเหมาบริษัทต่างประเทศปรับปรุง ฮ.๖ (UH-1H) จำนวนหนึ่งพร้อมการฝึกอบรมและถ่ายทอดเทคโนโลยีให้กับเจ้าหน้าที่ของกองทัพอากาศ เพื่อให้กองทัพอากาศสามารถดำเนินการปรับปรุงยืดอายุ ฮ.๖ (UH-1H) จำนวนที่เหลือได้เอง รวมทั้งจ้างเหมาซ่อมอุปกรณ์ที่กำหนดอายุใช้งานและเครื่องยนต์ทั้ง ๑๙ เครื่อง

๗. ขั้นตอนการดำเนินการตามโครงการปรับปรุง ฮ.๖ (UH-1H)
๗.๑ กองทัพอากาศเสนอขออนุมัติโครงการเมื่อ สิงหาคม ๒๕๔๒ และได้รับอนุมัติโครงการจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม (นายชวน หลีกภัย) เมื่อวันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๔๓
๗.๒ กองทัพอากาศได้รับการจัดสรรงบประมาณโครงการปรับปรุง ฮ.๖ (UH-1H) ตามพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี ๒๕๔๔ วงเงินรวม ๑,๑๐๐ ล้านบาท โดยได้รับงบประมาณปี ๒๕๔๔ จำนวน ๒๐๐ ล้านบาท ผูกพันงบประมาณปี ๒๕๔๕ และ ๒๕๔๖ ปีละ ๔๐๐ ล้านบาท และวงเงินเผื่อเหลือ/เผื่อขาด จำนวน ๑๐๐ ล้านบาท
๗.๓ กองทัพอากาศได้แต่งตั้งคณะกรรมการจัดจ้างปรับปรุง ฮ.๖ (UH-1H) ตามคำสั่ง กองทัพอากาศ (เฉพาะ) ที่ ๔๘๕ ลง ๓๑ ต.ค.๔๓ เพื่อดำเนินการจ้างโดยวิธีพิเศษกรณีเป็นงานที่ต้องจ้างผู้มี ฝีมือโดยเฉพาะหรือผู้มีความชำนาญเป็นพิเศษ โดยมี พลอากาศโท วีระ กัณหะสิริ เป็นประธานกรรมการ
๗.๔ คณะกรรมการ ฯ ดังกล่าวได้เชิญชวนให้บริษัทต่าง ๆ เข้าเสนอราคาโดย คณะกรรมการฯได้กำหนดเงื่อนไขรายละเอียด (TERM OF REFERENCE : TOR) ให้บริษัทต่าง ๆ ยื่นข้อเสนอทางเทคนิคก่อนในวันที่ ๑๙ ธันวาคม ๒๕๔๓ ส่วนซองเสนอราคาให้ยื่นได้ภายหลังอย่างช้าไม่เกิน วันที่ ๒๘ ธันวาคม ๒๕๔๓ แต่ในการดำเนินการต่อมานั้นคณะกรรมการ ฯ ก็มิได้ให้บริษัทต่าง ๆ ยื่นซองเสนอราคา แต่อย่างใด จนกระทั่งเมื่อวันที่ ๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๔ คณะกรรมการ ฯ จึงได้คัดเลือกบริษัทที่มีคะแนนทางเทคนิคสูงสุดเป็นอันดับ ๑ และคะแนนรองถัดมาเป็นอันดับ ๒ แล้วจึงให้บริษัททั้งสองยื่นซองเสนอราคา ซึ่งคณะกรรมการ ฯ ได้กำหนดแผนการดำเนินงานไว้ว่าจะเปิดซองเสนอราคาของบริษัทอันดับ ๑ ก่อน ถ้าราคาไม่เกินวงเงินงบประมาณ คณะกรรมการ ฯ จึงจะเดินทางไปดูงานที่โรงงานของบริษัทอันดับ ๑ ในต่างประเทศ หากเป็นที่ยอมรับในผลงานก็จะเจรจาตกลงว่าจ้างแต่หากผลงานไม่เป็นที่ยอมรับก็จะเปิดซองเสนอราคาของบริษัทอันดับ ๒ เมื่อเปรียบเทียบกับงบประมาณแล้วจึงจะเดินทางไปดูงานที่โรงงานของบริษัทอันดับ ๒ ซึ่งหากผลงานเป็นที่ยอมรับก็จะเจรจาต่อรองราคาตกลงว่าจ้างต่อไป
๗.๕ เนื่องจากการดำเนินการของคณะกรรมการ ฯ ชุดดังกล่าวไม่ตรงกับเงื่อนไขการยื่นเสนอซองราคาที่ประกาศเชิญชวนไป จึงเป็นการขัดต่อระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ.๒๕๓๕ และแก้ไขเพิ่มเติม ข้อ ๕๘ (๑) กล่าวคือ การจ้างโดยวิธีพิเศษกรณีเป็นงานที่ต้องจ้างผู้มีฝีมือโดยเฉพาะหรือผู้มีความชำนาญเป็นพิเศษ ระเบียบ ฯ กำหนดให้คณะกรรมการ ฯ เชิญผู้มีอาชีพรับจ้างทำงานนั้นโดยตรงมาเสนอราคา หากเห็นว่าราคาที่เสนอนั้นยังสูงกว่าราคาในท้องถิ่นหรือราคาที่ประมาณการไว้ หรือราคาที่คณะกรรมการ ฯ เห็นสมควร ก็ให้ต่อรองราคาลงมาเท่าที่จะทำได้
แต่เนื่องจากคณะกรรมการ ฯ ได้ดำเนินการเชิญชวนผู้มีอาชีพรับจ้างทำงานนั้นโดยตรงให้มาเสนอราคาแข่งขันกันในลักษณะของการประกวดราคา แล้วจึงพิจารณาดำเนินการคัดเลือกผู้รับจ้างในภายหลัง ซึ่งในกรณีนี้ตามหนังสือตอบข้อหารือของสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ นร (กวพ ) ๑๒๐๔ / ๖๗๑๓ ลงวันที่ ๑๘ ก.ค.๒๕๓๙ เรื่อง ข้อหารือเกี่ยวกับระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ.๒๕๓๕ กำหนดว่าคณะกรรมการจัดจ้างโดยวิธีพิเศษจะต้องพิจารณาตามเงื่อนไขการเสนอราคาที่ได้กำหนดไว้ตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ฯ เท่านั้น
ดังนั้นการที่คณะกรรมการ ฯ ได้พิจารณาให้ผู้ผ่านการพิจารณาด้านเทคนิคเสนอซองข้อเสนอด้านราคาภายหลังจากเวลาที่กำหนดไว้ นอกจากจะเป็นการขัดต่อระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ฯ แล้วยังทำให้ทางราชการเสียประโยชน์ เพราะไม่มีการเปรียบเทียบราคาโดยบริษัทที่ได้รับคัดเลือกอันดับ ๑ สามารถกำหนดราคาได้อย่างอิสระภายในกรอบวงเงินงบประมาณที่ทุกบริษัททราบดีอยู่แล้ว ดังนั้น กองทัพอากาศจึงได้ยกเลิกการดำเนินการจัดจ้างของคณะกรรมการ ฯ ชุดแรกและแต่งตั้งคณะกรรมการ ฯ ชุดใหม่เพื่อดำเนินการให้ถูกต้องต่อไป
๗.๖ กองทัพอากาศ ได้ออกคำสั่ง กองทัพอากาศ(เฉพาะ) ที่ ๑๒๙ ลง ๒๘ ก.พ.๔๔ เรื่อง แต่งตั้งคณะกรรมการการจัดจ้างปรับปรุง ฮ.๖ (UH-1H) ชุดใหม่ โดยมี พลอากาศเอก ระเด่น พึ่งพักตร์ ผู้บัญชาการกองบัญชาการฝึกศึกษาทหารอากาศ เป็นประธานกรรมการ และมีเงื่อนไขกำหนดรายละเอียด (TOR) ความต้องการของกองทัพอากาศที่สำคัญ ดังนี้
๗.๖.๑ การปรับปรุงโครงสร้าง การออกแบบติดตั้งวิทยุ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และการแผนแบบทางเดินสายไฟ ของ ฮ.เครื่องที่ ๑ และเครื่องที่ ๒ ผู้รับจ้างเป็นผู้ดำเนินการเองทั้งหมดโดยเจ้าหน้าที่ของกองทัพอากาศจะเป็นผู้สังเกตการณ์
๗.๖.๒ การปรับปรุง ฮ.เครื่องที่ ๓ และเครื่องที่ ๔ ผู้รับจ้างจะทำการฝึกสอนให้เจ้าหน้าที่ของกองทัพอากาศจนสามารถดำเนินการเองได้
๗.๖.๓ การปรับปรุง ฮ.เครื่องที่ ๕ ถึงเครื่องที่ ๑๙ เจ้าหน้าที่ของกองทัพอากาศ จะดำเนินการเองทั้งหมด โดยมีผู้เชี่ยวชาญของผู้รับจ้างทำหน้าที่ให้คำปรึกษาแนะนำจนกว่าการดำเนินการจะแล้วเสร็จ
๗.๖.๔ การซ่อมใหญ่ (Overhaul) หรือการเปลี่ยนอุปกรณ์ที่กำหนดอายุใช้งาน ทุกชิ้นของ ฮ. ทุกเครื่องผู้รับจ้างจะเป็นผู้รับผิดชอบ
๗.๖.๕ อะไหล่สำหรับการปรับปรุง ฮ.ทั้ง ๑๙ เครื่อง ผู้รับจ้างจะต้องเป็น ผู้รับผิดชอบ จนกว่าจะแล้วเสร็จครบทุกเครื่อง แม้ว่าวงเงินเกินกว่าวงเงินในส่วนของอะไหล่ที่กำหนดไว้ก็ตาม โดยจะกำหนดให้ทำสัญญาแบบราคาคงที่ไม่จำกัดปริมาณ ซึ่งจะกำหนดให้แนบรายการและราคาของพัสดุอะไหล่ทุกชิ้นไว้ โดยจะระบุวงเงินรวมของราคาค่าอะไหล่ตลอดเวลา ๓ ปี หากกองทัพอากาศสั่งพัสดุรายการใดไปแล้วเมื่อผู้รับจ้างส่งมอบ กองทัพอากาศจะจ่ายเงินค่าพัสดุที่ส่งมอบเป็นคราว ๆ ไปจนกว่าจะซ่อมเสร็จทั้งหมด และกรณีที่มีเงินเหลือก็จะสั่งพัสดุมาเก็บไว้เป็นอะไหล่ให้ครบวงเงิน ทั้งนี้เนื่องจาก ฮ.ทั้ง ๑๙ เครื่องนี้ยังคงปฏิบัติการบินอย่างต่อเนื่องอยู่ในปัจจุบัน ต่อไปหากเกิดอุบัติเหตุชำรุดเสียหาย กองทัพอากาศก็ยังคงมีเงินเหลือสามารถสั่งซื้ออะไหล่หรือซ่อมอุปกรณ์หลักเพิ่มเติมได้
๗.๖.๖ วิทยุ อุปกรณ์สื่อสาร อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ที่จะต้องจัดหา ผู้รับจ้างจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบทั้งสิ้น
๗.๖.๗ บริษัทที่เสนอจะรับจ้างจะต้องยอมรับหลักการ "การค้าต่างตอบแทน" (COUNTERTRADE) ในรูปแบบลักษณะการซื้อตอบแทนในวงเงินไม่ต่ำกว่าร้อยละ ๕๐ ของราคาว่าจ้าง
๗.๗ คณะกรรมการ ฯ ได้เปิดให้บริษัทต่าง ๆ รับหนังสือเชิญชวนเสนอโครงการในระหว่าง วันที่ ๔ - ๙ เมษายน ๒๕๔๔ และต่อมาในระหว่างวันที่ ๑๘ - ๑๙ เมษายน ๒๕๔๔ ก็ได้เปิดให้บริษัทต่าง ๆ เข้าทำการตรวจสอบ ฮ.๖ (UH-1H) ณ กองบิน ๒ กองพลบินที่ ๑ กองบัญชาการยุทธทางอากาศ จังหวัดลพบุรี จากนั้นในวันที่ ๒๐ เมษายน ๒๕๔๔ จึงได้จัดให้มีการประชุมร่วมกับบริษัทต่าง ๆ และชี้แจงรายละเอียดเพิ่มเติม รวมทั้งตอบข้อซักถาม เพื่อให้บริษัทรับทราบข้อมูลที่ตรงกัน และให้ยื่นข้อเสนอการดำเนินโครงการให้กับกองทัพอากาศในวันที่ ๑๐ พฤษภาคม ๒๕๔๔ ซึ่งกำหนดให้บริษัทต่าง ๆ ยื่นข้อเสนอ โดยแยกออกเป็น ๓ ซองได้แก่ ซองข้อเสนอด้านธุรการ ซองข้อเสนอด้านเทคนิค และซองข้อเสนอด้านราคาค่ารับจ้าง ทั้งนี้มีบริษัทต่าง ๆ จากทั่วโลก ในเอเชีย, ยุโรป, สหรัฐอเมริกา, ออสเตรเลีย และแคนาดา รวมทั้งสิ้น ๑๘ บริษัท ให้ความสนใจและรับหนังสือเชิญชวน ดังนี้
- บริษัท ACRO AEROSPACE & HELIPRO INTERNATIONAL (แคนาดา)
- บริษัท AEROTECH WORLDTRADE (สหรัฐอเมริกา)
- บริษัท AID/AEROSPACE INDUSTRIAL DEVELOPMENT CORPORATION (ไต้หวัน)
- บริษัท AIR ASIA (สิงคโปร์)
- บริษัท BAE (ออสเตรเลีย)
- บริษัท BELL HELICOPTER ASIA (สหรัฐอเมริกา)
- บริษัท BRISTOW HELICOPTERS LTD. (อังกฤษ)
- บริษัท DYNCORP (สหรัฐอเมริกา)
- บริษัท EVERGREEN INTERNATIONAL AVIATION (สหรัฐอเมริกา)
- บริษัท FAIRCHILD DORNIER (เยอรมันนี)
- บริษัท HILICOPTER STRUCTURAL & MAINTENANCE (สหรัฐอเมริกา)
- บริษัท ISRAEL AIRCRAFT INDUSTRIES LIMITED (อิสราเอล)
- บริษัท KOREA BELL HELICOPTER COMPANY.LTD. (เกาหลี)
- บริษัท PATRIA OSTERMANS AERO AB (สวีเดน)
- บริษัท SABRELINER/U.S.HELICOPTER (สหรัฐอเมริกา)
- บริษัท SINGAPORE TECHNOLOGIES AEROSPACE (สิงคโปร์)
- บริษัท SOUTHWEST FLORIDA AVIATION (สหรัฐอเมริกา)
- บริษัท TERO TEK INTERNATIONAL (สหรัฐอเมริกา)
ในจำนวน ๑๘ บริษัทดังกล่าวหลังจากที่ได้รับหนังสือเชิญชวนแล้ว มีบริษัทที่ยื่นซอง ข้อเสนอรับจ้างดำเนินโครงการ จำนวน ๙ บริษัท คือ
- บริษัท ACRO AEROSPACE & HELIPRO INTERNATIONAL (แคนาดา)
- บริษัท AIR ASIA (สิงคโปร์)
- บริษัท BELL HELICOPTER ASIA (สหรัฐอเมริกา)
- บริษัท BRISTOW HELICOPTERS LTD. (อังกฤษ)
- บริษัท FAIRCHILD DORNIER (เยอรมันนี)
- บริษัท ISRAEL AIRCRAFT INDUSTRIES LIMITED (อิสราเอล)
- บริษัท PATRIA OSTERMANS AERO AB (สวีเดน)
- บริษัท SINGAPORE TECHNOLOGIES AEROSPACE (สิงคโปร์)
- บริษัท SOUTHWEST FLORIDA AVIATION (สหรัฐอเมริกา)
๗.๘ คณะกรรมการ ฯ ได้พิจารณาจากผลงานความน่าเชื่อถือของบริษัท เงื่อนไขการ ปรับปรุง และเกณฑ์การพิจารณาด้านเทคนิค จากจำนวน ๙ บริษัทดังกล่าว มีบริษัทที่ผ่านการพิจารณาเพียง ๔ บริษัท ได้แก่
- บริษัท ISRAEL AIRCRAFT INDUSTRIES LIMITED (อิสราเอล)
- บริษัท BRISTOW HELICOPTERS LTD. (อังกฤษ)
- บริษัท SINGAPORE TECHNOLOGIES AEROSPACE (สิงคโปร์)
- บริษัท FAIRCHILD DORNIER (เยอรมันนี)
ส่วนบริษัท BELL HELICOPTER ASIA ซึ่งเป็นบริษัทผู้ผลิต ฮ.UH-1H ไม่ผ่านการพิจารณาเนื่องจากบริษัทเสนอการเปลี่ยนชิ้นส่วนหลักหลายรายการ เช่น Tailboom,drive Shaft โดยขอเปลี่ยนให้ใช้ของ Bell 212 แทน และไม่เสนอการปรับปรุงรายการตามเงื่อนไขที่กำหนด ซึ่งก่อนหน้าที่จะยื่น ข้อเสนอทางผู้แทนบริษัท BELL HELICOPTER ASIA ได้เข้าพบคณะกรรมการ ฯ แจ้งว่าทางบริษัท ฯ จะไม่เสนอตามเงื่อนไขที่กำหนด แต่จะเสนอการปรับปรุงที่แตกต่างออกไป รวมทั้งยังได้ระบุในหนังสือข้อเสนอเช่นเดียวกัน ทางคณะกรรมการ ฯ จึงไม่นำข้อเสนอของบริษัท BELL HELICOPTER ASIA มาพิจารณาทั้งนี้ เนื่องจากเห็นว่าจะทำให้ราคาไม่อยู่บนฐานการพิจารณาเดียวกัน และนอกจากนี้การเปลี่ยนแปลงรายการ ดังกล่าวยังอาจจะส่งผลกระทบ ต่อการส่งกำลังบำรุงในอนาคตอีกด้วย
๗.๙ เปรียบเทียบราคาของบริษัทที่ผ่านการพิจารณาดังนี้
- บริษัท ISRAEL AIRCRAFT INDUSTRIES LIMITED เสนอราคา ๒๔,๒๓๕,๘๘๑ ดอลลาร์สหรัฐฯ
- บริษัท BRISTOW HELICOPTERS LTD. เสนอราคา ๒๕,๕๗๒,๕๐๕ ดอลลาร์- สหรัฐฯ
- บริษัท SINGAPORE TECHNOLOGIES AEROSPACE เสนอราคา ๓๖,๔๖๔,๗๒๒ ดอลลาร์สหรัฐฯ
- บริษัท FAIRCHILD DORNIER เสนอราคา ๓๙,๓๗๓,๙๘๓ ดอลลาร์สหรัฐฯ
๗.๑๐ คณะกรรมการ ฯ ได้เจรจากับบริษัท ISRAEL AIRCRAFT INDUSTRIES LIMITED ในฐานะผู้เสนอราคาต่ำที่สุด ซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจของประเทศอิสราเอล ที่ได้รับการยอมรับ (Approved) จากบริษัท BELL HELICOPTER ASIA ให้สามารถทำการซ่อมขั้นโรงงานของ ฮ. แบบ UH-1H และ Bell 205 ได้ และได้รับการรับรองจากสถาบันการบินของประเทศอิสราเอล โดยมีผลงานการซ่อม ฮ.แบบ UH-1H ให้กับ ฮ.ของสหรัฐ ฯที่ใช้งานในตะวันออกกลาง ซึ่งจากการเจรจาต่อรองราคา ทางบริษัท ฯ ได้เสนอลดราคาให้จำนวน ๒,๕๓๖,๘๘๑ ดอลลาร์สหรัฐ ฯ คงเหลือเป็นเงินค่าดำเนินการทั้งสิ้น ๒๑,๗๐๐,๐๐๐ ดอลลาร์สหรัฐ ฯ หรือ ๙๙๘,๒๐๐,๐๐๐ บาท (เมื่อคิดอัตราแลกเปลี่ยน ๑ ดอลลาร์สหรัฐ ฯ เท่ากับ ๔๖ บาท) ซึ่งเป็นราคารวมภาษีหัก ณ ที่จ่ายร้อยละ ๑ และภาษีมูลค่าเพิ่มในส่วนที่ต้องชำระ ซึ่งแยกรายการได้ดังนี้
๗.๑๐.๑ ค่าแรงงานในการปรับปรุง ฮ. เครื่องที่ ๑ และเครื่องที่ ๒ รวม ๘๓๕,๒๙๖ ดอลลาร์สหรัฐ ฯ
๗.๑๐.๒ ค่าแรงงานในการปรับปรุง ฮ. เครื่องที่ ๓ และเครื่องที่ ๔ รวมค่าฝึกสอน อบรมเจ้าหน้าที่ของกองทัพอากาศ รวม ๖๙๐,๖๖๕ ดอลลาร์สหรัฐ ฯ
๗.๑๐.๓ ค่าอะไหล่และค่าจ้างซ่อมอุปกรณ์กำหนดอายุใช้งาน รวมทั้งเครื่องยนต์และค่าอุปกรณ์สื่อสารอิเล็กทรอนิกส์ตลอดจนการเดินสายไฟ (Wiring) รวม ๑๙,๐๙๘,๗๔๓ ดอลลาร์สหรัฐ ฯ โดยจะกำหนดเป็นการซื้อหรือซ่อมแบบราคาคงที่ไม่จำกัดปริมาณ เมื่อสั่งซื้อหรือซ่อมจึงจะจ่ายเงินให้เป็น ครั้ง ๆ ตามปริมาณที่สั่ง แยกรายการได้ดังนี้
๗.๑๐.๓.๑ ชิ้นส่วนอะไหล่ด้าน Mechanical เช่นโครงสร้าง, ลำตัว ฯลฯ เครื่องละ ๓๖๓,๒๙๑ ดอลลาร์สหรัฐฯ รวม ๑๙ เครื่องเป็นเงิน ๖,๙๐๒,๕๒๙ ดอลลาร์สหรัฐ ฯ
๗.๑๐.๓.๒ ชิ้นส่วนอะไหล่ด้าน Electrical และอุปกรณ์สื่อสารอิเล็กทรอนิกส์หรือ Avionics เครื่องละ ๑๙๓,๘๙๕ ดอลลาร์สหรัฐ ฯ รวม ๑๙ เครื่อง เป็นเงินรวม ๓,๖๘๔,๐๐๐ ดอลลาร์สหรัฐ ฯ
๗.๑๐.๓.๓ ชุดใบพัด Main and Tail Rotor Blade จำนวน ๑๔ คู่ รวม ๘๙๐,๐๒๒ ดอลลาร์สหรัฐ ฯ ซึ่งเสนอมากกว่าที่คณะกรรมการ ฯ กำหนด ๔ คู่ โดยไม่เพิ่มราคา
๗.๑๐.๓.๔ ชิ้นส่วนอุปกรณ์และชิ้นส่วนอะไหล่อื่น ๆ สำหรับการเดินสายไฟ ๔๕,๗๑๖ ดอลลาร์สหรัฐ ฯ รวม ๑๙ เครื่องเป็นเงิน ๘๖๘,๕๙๖ ดอลลาร์สหรัฐ ฯ
๗.๑๐.๓.๕ ค่าซ่อมใหญ่ (Overhaul) เครื่องยนต์ ๑๙ เครื่องและอุปกรณ์ที่กำหนดอายุใช้งานของ ฮ. เครื่องละ ๑๗ ชิ้น ทั้ง ๑๙ เครื่อง รวม ๖,๕๖๔,๕๐๐ ดอลลาร์สหรัฐ ฯ
๗.๑๐.๓.๖ ภาษีหัก ณ ที่จ่ายร้อยละ ๑ รวม ๑๘๙,๐๙๖ ดอลลาร์สหรัฐ ฯ
๗.๑๐.๓.๗ ค่าวิศวกรผู้เชี่ยวชาญที่ปรึกษาแนะนำในการปรับปรุง ฮ. เครื่องที่ ๑ ถึงเครื่องที่ ๑๙ และค่าเครื่องมืออุปกรณ์ที่จะนำเข้ามาใช้ในการปรับปรุง รวม ๑,๐๗๕,๒๙๖ ดอลลาร์สหรัฐ ฯ
นอกจากนั้นบริษัท ฯ ยังมอบเครื่องมือพิเศษที่ใช้ในการปรับปรุงเพื่อยืดอายุ ฮ.ให้กับกองทัพอากาศมูลค่าประมาณ ๑๖.๓ ล้านบาท โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายใด ๆ ภายหลังเสร็จสิ้นโครงการ
ดังนั้นกองทัพอากาศจึงเลือกให้บริษัท ISRAEL AIRCRAFT INDUSTRIES LIMITED เป็นผู้ดำเนินการปรับปรุงยืดอายุ ฮ.๖ (UH-1H) ให้กับกองทัพอากาศ

๘. ขั้นตอนก่อนการอนุมัติ
๘.๑ ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ ๒๕ กันยายน ๒๕๔๔ มีมติให้รองนายกรัฐมนตรี (พลเอก ชวลิต ยงใจยุทธ) รับไปตรวจสอบความเหมาะสมของโครงการปรับปรุง ฮ.๖ (UH-1H) ของกองทัพอากาศ
๘.๒ ในระหว่างที่มีการดำเนินการตรวจสอบความเหมาะสมของโครงการปรับปรุง ฮ.๖ (UH-1H) ตามมติคณะรัฐมนตรี ก่อนที่จะนำเข้าพิจารณาในที่ประชุมคณะรัฐมนตรีในโอกาสต่อไปนั้น กองทัพอากาศได้รับการติดต่อให้เข้าชี้แจงรายละเอียดการดำเนินการให้กับคณะกรรมาธิการ ฯ ต่าง ๆ ที่สำคัญ ได้แก่
๘.๒.๑ คณะกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติสภาผู้แทนราษฎร
๘.๒.๒ คณะกรรมาธิการติดตามการบริหารงบประมาณสภาผู้แทนราษฎร
๘.๒.๓ คณะกรรมาธิการการทหารสภาผู้แทนราษฎร
๘.๒.๔ คณะกรรมาธิการการทหารวุฒิสภา
๘.๓ ภายหลังจากรองนายกรัฐมนตรี (พลเอก ชวลิต ยงใจยุทธ) ดำเนินการตรวจสอบความเหมาะสมของโครงการปรับปรุง ฮ.๖ (UH-1H) แล้ว ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ ๒๐ พฤศจิกายน ๒๕๔๔ จึงมีมติอนุมัติให้กองทัพอากาศก่อหนี้ผูกพันโครงการปรับปรุง ฮ.๖ (UH-1H) ได้

๙. ความก้าวหน้าการดำเนินโครงการปรับปรุง ฮ.๖ (UH-1H)
๙.๑ ตามสัญญาจ้างซ่อมปรับปรุง ฮ.๖ (UH-1H) สัญญาเลขที่ ๑/๒๕๔๕ จพ. ลงวันที่ ๒๘ พฤศจิกายน ๒๕๔๔ ระหว่างกองทัพอากาศกับบริษัท ISRAEL AIRCRAFT INDUSTRIES LIMITED ให้ทำการซ่อมปรับปรุง ฮ.๖ (UH-1H) จำนวน ๑๙ เครื่อง แล้วเสร็จภายใน ๓ ปี นับตั้งแต่วันที่ที่กองทัพอากาศส่งมอบ ฮ.๖ (UH-1H) เครื่องแรกให้บริษัทดำเนินการนั้น ได้แบ่งการดำเนินงานออกเป็น ๓ ช่วงระยะเวลา ดังนี้
ปีที่ ๑ เข้าซ่อม จำนวน ๕ เครื่อง
ปีที่ ๒ เข้าซ่อม จำนวน ๗ เครื่อง
ปีที่ ๓ เข้าซ่อม จำนวน ๗ เครื่อง
๙.๒ ความก้าวหน้าของการดำเนินการจนถึงปัจจุบัน กองทัพอากาศได้ส่งมอบ ฮ.๖ (UH-1H) ให้บริษัท ฯ ซ่อมปรับปรุงแล้ว จำนวน ๔ เครื่อง ได้แก่
๙.๒.๑ เครื่องที่ ๑ เข้าซ่อมเมื่อวันที่ ๒๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๕ กำหนดดำเนินการภายใน ๒๔๐ วัน ครบกำหนดแล้วเสร็จในวันที่ ๒๕ ตุลาคม ๒๕๔๕ ขณะนี้ผลการซ่อมปรับปรุงร้อยละ ๒๖ ของงาน ทั้งหมด
๙.๒.๒ เครื่องที่ ๒ เข้าซ่อมเมื่อวันที่ ๒๗ มีนาคม ๒๕๔๕ กำหนดดำเนินการภายใน ๒๒๕ วัน ครบกำหนดแล้วเสร็จ ในวันที่ ๗ พฤศจิกายน ๒๕๔๕ ขณะนี้ผลการซ่อมปรับปรุงร้อยละ ๑๒ ของงานทั้งหมด
๙.๒.๓ เครื่องที่ ๓ เข้าซ่อมเมื่อวันที่ ๒๙ เมษายน ๒๕๔๕ กำหนดดำเนินการภายใน ๒๐๐ วัน ครบกำหนดแล้วเสร็จในวันที่ ๑๓ พฤศจิกายน ๒๕๔๕ ขณะนี้ผลการซ่อมปรับปรุงร้อยละ ๕ ของงานทั้งหมด
๙.๒.๔ เครื่องที่ ๔ เข้าซ่อมเมื่อวันที่ ๒๙ เมษายน ๒๕๔๕ กำหนดดำเนินการภายใน ๒๐๐ วัน ครบกำหนดแล้วเสร็จในวันที่ ๑๓ พฤศจิกายน ๒๕๔๕ ขณะนี้ผลการซ่อมปรับปรุงร้อยละ ๔.๕ ของงานทั้งหมด

บทสรุป
การปรับปรุง ฮ.๖ (UH-1H) ของกองทัพอากาศแตกต่างไปจากการดำเนินการของกองทัพบกที่เป็นการจัดซื้อ ฮ.ที่กองทัพบกสหรัฐ ฯ ปลดประจำการแล้ว มาทำการปรับปรุงสภาพซึ่งมีขอบเขตการดำเนินการใกล้เคียงกับการซ่อมระดับโรงงาน (Program Depot Maintenance: PDM) โดยมีการเปลี่ยนชิ้นส่วนและอุปกรณ์บางรายการเพิ่ม มิใช่การเปลี่ยนทั้งหมดแบบการปรับปรุงเพื่อยืดอายุ ฮ.๖ (UH-1H) ดังเช่นที่กองทัพอากาศดำเนินการ
สำหรับในประเด็นของราคาอุปกรณ์บางอย่างที่กล่าวว่าค่อนข้างสูงนั้น กองทัพอากาศได้ตรวจสอบราคาอะไหล่และอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่บริษัท ISRAEL AIRCRAFT INDUSTRIES LIMITED เสนอ ซึ่งเป็นราคาที่คิดสำหรับระยะเวลาโครงการ ๓ ปี พบว่ารายการของชิ้นส่วนหลัก(Main Component) จำนวน ๑๕๔ รายการ ที่ใช้ในการปรับปรุงเพื่อยืดอายุ ฮ.๖ (UH-1H) ครั้งนี้เกือบทุกรายการมีราคาต่ำกว่าราคาทั่วไป สำหรับในรายการที่มีราคาสูงกว่านั้น มีจำนวนน้อยและสูงกว่าราคาทั่วไปเพียงเล็กน้อยเท่านั้น โดยเฉพาะในส่วนรายการของเบ็ดเตล็ด (Miscellaneous Parts) ซึ่งเป็นวงเงินส่วนน้อยของวงเงินทั้งหมดจะสูงกว่าราคาทั่วไปประมาณร้อยละ ๑๕ ทั้งนี้เนื่องจากเป็นราคาที่คิดสำหรับระยะเวลาโครงการ ๓ ปี จึงมีการคิดคำนวณค่าอัตราเงินเฟ้อไว้ด้วย
จากโครงการปรับปรุง ฮ.๖ (UH-1H) ของกองทัพอากาศในครั้งนี้จะก่อให้เกิดประโยชน์ต่อทางราชการ คือ
๑. ทำให้ ฮ.๖ (UH-1H) ที่ได้รับการซ่อมปรับปรุงจะมีสภาพเหมือน ฮ.ใหม่ ทั้ง ๑๙ เครื่อง
๒. ทำให้เจ้าหน้าที่ของกองทัพอากาศได้รับความรู้ทางเทคนิคมากขึ้นและมีประสบการณ์สูงขึ้นในด้านการซ่อมปรับปรุง ฮ.๖ (UH-1H)
๓. ทำให้กองทัพอากาศได้รับอุปกรณ์ชุดใบพัด Main and Tail Rotor Blade จำนวน ๑๔ คู่ โดยไม่ต้องเพิ่มราคา
๔. ทำให้มีงบประมาณเหลือสำหรับการจัดหาอะไหล่เพิ่มเติม เนื่องจากเป็นการซ่อมบำรุงในลักษณะราคาคงที่ไม่จำกัดปริมาณหรือ Open End ดังนั้นภายหลังการซ่อมปรับปรุง ฮ.๖ (UH-1H) จำนวน ๑๙ เครื่องแล้วเสร็จ หากมีวงเงินในส่วนของอะไหล่ชิ้นส่วนสำหรับการซ่อมปรับปรุงคงเหลือ ก็สามารถใช้วงเงินดังกล่าวสำหรับการจัดหาอะไหล่เพิ่มเติมสำหรับ ฮ.๖ (UH-1H) ที่จะได้รับมอบจากกองทัพเรือ จำนวน ๔ เครื่องได้ หรือเก็บไว้ใช้เป็นอะไหล่คงคลัง
๕. ทำให้กองทัพอากาศมีขีดความสามารถในการซ่อมบำรุงสูงขึ้น เนื่องจากเมื่อบริษัท ISRAEL AIRCRAFT INDUSTRIES LIMITED ดำเนินการซ่อมปรับปรุง ฮ.๖ (UH-1H) เสร็จเรียบร้อยแล้ว จะมอบเครื่องมือพิเศษ (Special Tool) ให้กับกองทัพอากาศ
๖. ทำให้ประเทศชาติได้รับผลประโยชน์ เนื่องจากบริษัท ISRAEL AIRCRAFT INDUSTRIES LIMITED ยินยอมดำเนินการการค้าต่างตอบแทน (COUNTER TRADE) กับประเทศไทย ไม่น้อยกว่าร้อยละ ๕๐
กองทัพอากาศมีเจตนารมณ์แน่วแน่ในการเตรียมกำลังกองทัพอากาศเพื่อป้องกันราชอาณาจักรและรักษาผลประโยชน์ของชาติ อีกทั้งได้ตระหนักดีถึงภาระของรัฐบาลที่กำลังประสบอยู่ในปัจจุบัน อันเนื่องมาจากผลของวิกฤตเศรษฐกิจที่เกิดขึ้น การดำเนินการปรับปรุง ฮ.๖ (UH-1H) จึงเป็นหนทางหนึ่งของการเตรียมความพร้อม ภายใต้ทรัพยากรและงบประมาณที่จำกัด ซึ่งกองทัพอากาศได้พิจารณาอย่างรอบคอบในด้านของความคุ้มค่าของการดำเนินการภายใต้กรอบงบประมาณที่ได้รับ และการปฏิบัติตามขั้นตอนที่ทางราชการกำหนดอย่างเคร่งครัดเพื่อให้เกิดประโยชน์อย่างสูงสุด แก่ประเทศชาติและพี่น้องประชาชนคนไทยโดยส่วนรวมต่อไป
 



http://www.rtaf.mi.th


ถ้าท่านต้องการติดต่อ หรือแนะนำเกี่ยวกับเว็บไซต์นี้ หรืองานการประชาสัมพันธ์ กรุณาติดต่อที่
สำนักงานเลขานุการกองทัพอากาศ , ดอนเมือง , กรุงเทพฯ โทรศัพท์ : 534-1604 โทรสาร : 534-1608
E-mail : Royal Thai Air Force Secretariat

This is the official web site of Royal Thai Air Force Secretariat.
Created and maintained by Pilot Officer Jirapat Mangarakili. tel. 534-1041

- Best view with Internet Explorer 5 or higher at 600 x 800 pixels. Font size medium. -